
แผ่นดินไหวญี่ปุ่นระหว่างทริป 4 เสียงเตือนที่ต้องแยกออก และต้องทำคนละอย่าง
ประกาศเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้าของญี่ปุ่นให้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายสิบวินาที สิ่งที่ทีมต้องจำจึงมีแค่สามอย่างคือหยุด ปกป้องศีรษะ และอยู่ห่างของที่ตกใส่ได้ ส่วนเสียงเตือนของระบบแจ้งภัยมีหลายแบบและสั่งให้ทำคนละอย่าง โดยเฉพาะคำเตือนสึนามิที่ให้อพยพขึ้นที่สูง กับประกาศป้องกันประชาชนที่ให้หลบเข้าอาคารหรือลงใต้ดิน ซึ่งเป็นคนละทิศทางกัน งานของผู้จัดทริปคือให้ทุกคนลงแอปทางการที่มีภาษาไทยไว้ก่อนบิน และตกลงจุดรวมพลตั้งแต่คืนแรกที่เช็คอิน
มีเวลาไม่กี่วินาที สิ่งที่ต้องจำจึงมีแค่สามอย่าง
หน้าแนะนำการปฏิบัติตัวของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุไว้ตรง ๆ ว่านับจากที่เห็นหรือได้ยินประกาศเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้า จนถึงตอนที่แรงสั่นแรงมาถึง มีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายสิบวินาที ในเวลาสั้นขนาดนั้น ทีมจะไม่มีใครทันเปิดคู่มือหรือรออ่านข้อความในแชต
หลักที่แหล่งเดียวกันวางไว้จึงสั้นมาก คือให้ดูสถานการณ์รอบตัว อย่าตื่นตระหนก และปกป้องความปลอดภัยของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมส่งเสียงบอกคนรอบข้างไปด้วย แปลเป็นสิ่งที่ทีมต้องจำได้จริงคือสามอย่าง
- หยุดสิ่งที่กำลังทำ — ไม่ใช่รีบวิ่ง
- ปกป้องศีรษะ — หลบใต้ของที่แข็งแรง หรือใช้มือกับกระเป๋าป้องไว้
- อยู่ห่างจากของที่ตกใส่ได้ — ตู้ ป้าย กระจก และของที่แขวนอยู่
อีกข้อที่แหล่งเดียวกันย้ำและเป็นเรื่องที่ทีมมักเข้าใจผิด คือ การปฏิบัติตัวเหมือนกันไม่ว่าจะได้ยินเสียงเตือนก่อนหรือรู้สึกสั่นก่อน ไม่ต้องรอให้แน่ใจว่าเป็นของจริงหรือไม่ก่อนจึงค่อยขยับ
4 เสียงเตือนของระบบแจ้งภัยที่ต้องแยกออก
ญี่ปุ่นส่งประกาศฉุกเฉินผ่านระบบชื่อ J-Alert ซึ่งหน้าอธิบายระบบ J-Alert ของสำนักงานดับเพลิงและจัดการภัยพิบัติญี่ปุ่นอธิบายว่าเป็นระบบที่ส่งข้อมูลเรื่องที่ไม่มีเวลาให้รับมือ จากรัฐถึงประชาชนในทันที ผ่านอีเมลแจ้งเตือนฉุกเฉินที่ส่งเข้ามือถือ และระบบเสียงตามสายป้องกันภัยของเทศบาล
สิ่งที่ทีมต้องรู้ไม่ใช่ว่าระบบทำงานอย่างไร แต่คือเสียงแต่ละแบบหมายถึงอะไร และต้องทำคนละอย่างกัน ตารางนี้เรียงจากประกาศที่หน้าเดียวกันระบุไว้
| ประกาศ | เสียงที่ได้ยิน | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|---|
| เตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้า | เสียงไชม์ | ปกป้องศีรษะ หลบของที่ตกใส่ได้ อยู่กับที่ |
| เตือนสึนามิ | ไซเรนดับเพลิง ดัง 5 วินาที หยุด 6 วินาที ทำ 2 รอบ | คนที่อยู่ใกล้ชายฝั่งอพยพขึ้นที่สูง |
| เตือนสึนามิขนาดใหญ่ | ไซเรนดับเพลิง ดัง 3 วินาที หยุด 2 วินาที ทำ 3 รอบ | อพยพขึ้นที่สูงทันที |
| ประกาศป้องกันประชาชน | ไซเรนป้องกันประชาชน ดังต่อเนื่อง 14 วินาที | หลบเข้าอาคารหรือลงใต้ดิน |
ข้อแตกต่างที่ต้องบอกทีมให้ชัดคือสองประกาศสุดท้ายสั่งให้ไปคนละทิศทางกัน สึนามิให้ขึ้นที่สูง ส่วนประกาศป้องกันประชาชนให้ลงใต้ดินหรือเข้าอาคาร การจำผิดจึงอันตรายกว่าการไม่รู้ และหน้าเดียวกันยังระบุว่าเนื้อหาประกาศของแต่ละเทศบาลอาจต่างกันได้
หน้าแนะนำการปฏิบัติตัวของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นอธิบายเพิ่มว่าเสียงเตือนแผ่นดินไหวมีหลายแบบตามช่องทาง ทั้งเสียงไชม์ที่ใช้ในทีวี วิทยุ และเสียงตามสายของเทศบาล กับเสียงบัซเซอร์ที่เป็นเสียงร่วมของค่ายมือถือหลักในญี่ปุ่น และแนะนำให้จำเสียงไว้ล่วงหน้า เพราะถ้ามัวก้มอ่านข้อความบนจอ จะเสียเวลาที่ควรใช้ป้องกันตัวไปแล้ว
ทำอะไรขึ้นกับว่าตอนนั้นอยู่ที่ไหน

หน้าแนะนำการปฏิบัติตัวของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นแยกคำแนะนำตามสถานที่ไว้ชัด ซึ่งตรงกับสถานการณ์ที่ทีมทริปเจอจริงเกือบทั้งหมด
- ในห้องพักหรือในอาคาร — ปกป้องศีรษะแล้วหลบใต้โต๊ะที่แข็งแรง อย่ารีบวิ่งออกนอกอาคาร และอย่าพยายามฝืนดับไฟ
- ในที่ที่มีคนเยอะ เช่น ห้องจัดงาน ห้าง หรือสถานี — ทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ในสถานที่นั้น และอย่าวิ่งไปที่ทางออก เพราะทางออกคือจุดที่คนกระจุกและเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
- ในลิฟต์ — ให้กดหยุดที่ชั้นใกล้ที่สุดแล้วออกจากลิฟต์ทันที
- บนรถไฟหรือรถบัส — จับห่วงหรือราวจับให้แน่น
- อยู่กลางแจ้งในเมือง — ระวังกำแพงบล็อกล้ม ป้าย และกระจกที่ร่วงลงมา ถ้าอยู่ใกล้อาคารที่แข็งแรงให้เข้าไปหลบในอาคาร
- อยู่ใกล้ภูเขาหรือหน้าผา — ระวังหินร่วงและดินถล่ม

สำหรับกรุ๊ปที่เดินทางด้วยรถโค้ช คำแนะนำสำหรับคนขับที่แหล่งเดียวกันระบุคืออย่ารีบลดความเร็ว ให้เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อเตือนรถคันอื่น ค่อย ๆ ผ่อนความเร็วโดยไม่เบรกกะทันหัน และถ้ารู้สึกสั่นแรงให้จอดชิดด้านซ้ายของถนน เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคนขับ ทีมไม่ต้องทำอะไรนอกจากนั่งอยู่กับที่และจับให้แน่น สิ่งที่หัวหน้าทริปต้องทำคือบอกทีมล่วงหน้าว่าถ้ารถจอดกลางทางแบบนี้ ไม่ใช่รถเสีย
แอปทางการที่มีภาษาไทย ต้องให้ทีมลงก่อนบิน
สิ่งที่ได้ผลที่สุดและใช้ต้นทุนน้อยที่สุดคือให้ทุกคนลงแอปเดียวกันไว้ก่อน หน้าแอป Safety tips ของสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นระบุว่าแอปนี้เป็นแอปแจ้งเตือนแบบส่งเข้าเครื่องสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ครอบคลุมประกาศเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้า คำเตือนสึนามิ และคำเตือนสภาพอากาศ
จุดที่สำคัญกับทีมไทยเป็นพิเศษคือแอปรองรับ 15 ภาษา และมีภาษาไทยอยู่ในนั้น พร้อมฟังก์ชันที่ใช้ได้จริงตอนเกิดเหตุ ได้แก่ผังการอพยพที่บอกว่าควรทำอะไรตามสถานการณ์รอบตัว ชุดวลีสำหรับถามข้อมูลจากคนรอบข้าง และลิงก์ไปแหล่งข้อมูลที่จำเป็น โดยแหล่งเดียวกันระบุว่าต้องใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 9.0 ขึ้นไป หรือ Android 5.0 ขึ้นไป
ให้ทำเป็นข้อบังคับก่อนบินเหมือนการกรอกเอกสารเข้าเมือง ไม่ใช่คำแนะนำลอย ๆ วิธีตามให้ทุกคนทำเสร็จใช้แบบเดียวกับที่เขียนไว้ในบท Visit Japan Web ต้องกรอกทีละคน 4 เรื่องที่ต้องบอกทีมก่อนบิน คือขอภาพหน้าจอเป็นหลักฐานแล้วตามเป็นรายคน
ข้อมูลภาพรวมเรื่องความปลอดภัยระหว่างเดินทางในญี่ปุ่น รวมถึงช่องทางติดต่อฉุกเฉิน ดูได้ที่หน้าความปลอดภัยระหว่างเดินทางของ JNTO ส่วนคำอธิบายว่าระบบเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้าทำงานอย่างไร อยู่ที่หน้าระบบเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้าของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น
เมื่อโทรศัพท์ใช้ไม่ได้ ทีมติดต่อกันยังไง
หลังเหตุการณ์ใหญ่ สายโทรศัพท์มักใช้ไม่ได้ก่อนอินเทอร์เน็ต เพราะทุกคนโทรพร้อมกัน แผนที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า "เดี๋ยวโทรหากัน" จึงเป็นแผนที่พังตั้งแต่ต้น
- ตกลงช่องทางสำรองไว้ล่วงหน้า — ใช้แชตที่ส่งข้อความได้แม้สัญญาณอ่อน และให้ทุกคนอยู่ในกลุ่มเดียวกันตั้งแต่ก่อนบิน
- ตกลงกติกาการรายงานตัว — ให้ทุกคนส่งข้อความสั้นบอกว่าปลอดภัยและอยู่ที่ไหน แทนที่จะรอให้หัวหน้าทริปไล่โทรถามทีละคน
- กำหนดจุดรวมพลของทีม — ที่โรงแรมหนึ่งจุด และที่สถานที่จัดงานอีกหนึ่งจุด ตกลงกันตั้งแต่คืนแรกที่เช็คอิน
- เตรียมเน็ตให้ทุกคน — คนที่ไม่มีเน็ตของตัวเองจะกลายเป็นคนที่ตามหาไม่เจอ ดูทางเลือกได้ที่บท eSIM ญี่ปุ่นต้องเปิดตอนยังมีไวไฟ ไม่ใช่ไปเปิดที่สนามบินปลายทาง
- มีคนที่สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นได้ — ทั้งไกด์และล่ามต้องจองล่วงหน้า ดูได้ที่บท ไกด์พูดไทยที่ญี่ปุ่น หายากแค่ไหน ราคาเท่าไร และต้องจองล่วงหน้ากี่เดือน
หลังแรงสั่นหยุด ตัดสินใจยังไงว่าจะไปต่อหรือพัก
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือรีบตัดสินใจทันทีทั้งสองทาง คือรีบประกาศว่าไม่เป็นไรไปต่อ หรือรีบยกเลิกทั้งวันโดยยังไม่มีข้อมูล ลำดับที่ปลอดภัยกว่าคือทำทีละขั้น
- นับคนให้ครบก่อน — ก่อนคุยเรื่องโปรแกรม ต้องรู้ก่อนว่าทุกคนอยู่ครบและไม่มีใครบาดเจ็บ
- ฟังคำสั่งของสถานที่ที่อยู่ตอนนั้น — โรงแรม สถานี หรือห้างมีขั้นตอนของตัวเองและรู้อาคารดีกว่าเรา
- เช็คว่าการเดินทางช่วงถัดไปยังใช้ได้ไหม — รถไฟญี่ปุ่นมักหยุดวิ่งเพื่อตรวจรางหลังแผ่นดินไหว แล้วค่อยกลับมาวิ่ง ซึ่งกระทบตารางมากกว่าตัวแรงสั่นเอง
- ตัดสินใจเป็นช่วง ไม่ใช่ทั้งวัน — เลื่อนกิจกรรมช่วงบ่ายก่อน แล้วค่อยดูช่วงเย็นอีกที ดีกว่าประกาศยกเลิกทั้งวันแล้วมาเสียดายทีหลัง
- บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นตามจริง — เวลา สถานที่ สิ่งที่ตัดสินใจ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพราะเป็นข้อมูลที่ต้องใช้ทั้งกับบริษัทและกับประกันเดินทางในภายหลัง
เรื่องประกันเดินทางและสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนออกเดินทาง แยกไว้ในบท ฟรีวีซ่าญี่ปุ่นแล้ว ยังต้องเตรียม 5 อย่างก่อนพาทีมทั้งบริษัทไป ส่วนคนที่มียาประจำตัวและต้องพกติดตัวตลอด ดูเงื่อนไขได้ที่บท ยาที่ห้ามเข้าญี่ปุ่น ยาแก้หวัดไทยบางตัวผิดกฎหมายและใบ Yunyu Kakunin-sho
สิ่งที่ผู้จัดทริปต้องเตรียมก่อนออกเดินทาง
ทั้งหมดนี้ทำได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และเป็นครึ่งชั่วโมงที่คุ้มที่สุดของงานเตรียมทริป
- ให้ทุกคนลงแอปทางการที่มีภาษาไทย และตั้งค่าให้เตือนได้จริง
- บรีฟสามอย่างที่ต้องจำ และบอกว่าเสียงเตือนแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
- ตกลงจุดรวมพลที่โรงแรมและที่สถานที่จัดงาน พร้อมช่องทางสำรองสำหรับรายงานตัว
- บอกทีมว่าถ้ารถโค้ชจอดกลางทางเพราะเหตุนี้ ไม่ใช่รถเสีย และให้อยู่ในรถจนกว่าคนขับจะบอก
- เตรียมรายชื่อพร้อมเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของทุกคนไว้ทั้งแบบในเครื่องและแบบกระดาษ
- ระบุว่าใครเป็นคนเดียวที่จะสื่อสารกับบริษัทที่ไทย เพื่อไม่ให้ข้อมูลออกไปหลายทาง
บรีฟชุดนี้ควรรวมอยู่ในรอบเดียวกับการบรีฟกติกาพื้นที่สาธารณะที่ทีมต้องรู้อยู่แล้ว ซึ่งอยู่ในบท ขยะไม่มีถัง กินเดินไม่ได้ และกติกาพื้นที่สาธารณะญี่ปุ่นที่ต้องบรีฟทีม และถ้าทริปมีช่วงที่ต้องใช้รถไฟตอนคนแน่น ให้ดูช่วงเวลาที่ควรเลี่ยงประกอบด้วยที่บท รถไฟโตเกียวช่วงไหนคนแน่นที่สุด และ 3 ทางเลี่ยงตอนพาทีมออกเช้า เพราะสถานีที่คนแน่นคือจุดที่อพยพยากที่สุด
สิ่งที่ไม่ควรทำคือเอาเรื่องนี้ไปพูดในลักษณะที่ทำให้ทีมกลัวจนไม่อยากไป กรอบที่ถูกคือเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวตามปกติเหมือนการรู้ทางออกฉุกเฉินบนเครื่องบิน ไม่ใช่การประเมินว่าจะเกิดหรือไม่เกิด
สรุปและช่องทางเริ่มต้น
ประกาศเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้าให้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายสิบวินาที สิ่งที่ทีมต้องจำจึงมีแค่หยุด ปกป้องศีรษะ และอยู่ห่างของที่ตกใส่ได้ เสียงเตือนของระบบแจ้งภัยมีหลายแบบและสั่งให้ทำคนละอย่าง โดยเฉพาะสึนามิที่ให้ขึ้นที่สูง กับประกาศป้องกันประชาชนที่ให้ลงใต้ดิน ส่วนงานของผู้จัดทริปคือให้ทุกคนลงแอปทางการที่มีภาษาไทยไว้ก่อนบิน ตกลงจุดรวมพลกับช่องทางสำรอง และตัดสินใจหลังเหตุการณ์เป็นช่วง ไม่ใช่ทั้งวัน
BENS DVA AGENCY เตรียมข้อมูลความปลอดภัยให้ทริปองค์กรที่ญี่ปุ่นเป็นงานประจำของทุกทริป ทั้งการบรีฟทีมก่อนบิน การตกลงจุดรวมพลกับโรงแรมและสถานที่จัดงานล่วงหน้า และการมีทีมงานที่ติดต่อกับผู้ให้บริการในญี่ปุ่นได้โดยตรงเมื่อตารางต้องเปลี่ยน ดูรายละเอียดบริการได้ที่หน้า บริการดูแลเอกสาร ประกัน และการเข้าเมืองสำหรับทริปองค์กร หรือส่งรายละเอียดทริปมาให้ทีมช่วยเตรียมส่วนนี้ตั้งแต่ตอนวางแผน
คำถามที่พบบ่อย
ได้ยินเสียงเตือนแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ต้องทำอะไรทันที?
หน้าแนะนำการปฏิบัติตัวของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่านับจากที่เห็นหรือได้ยินประกาศ จนถึงตอนที่แรงสั่นแรงมาถึง มีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายสิบวินาที หลักพื้นฐานคือดูสถานการณ์รอบตัว อย่าตื่นตระหนก และปกป้องความปลอดภัยของตัวเองก่อน แปลเป็นสิ่งที่จำได้จริงคือหยุดสิ่งที่กำลังทำ ปกป้องศีรษะ และอยู่ห่างจากของที่ตกใส่ได้ ในอาคารให้หลบใต้โต๊ะที่แข็งแรง อย่ารีบวิ่งออกนอกอาคาร และอย่าพยายามฝืนดับไฟ ส่วนในลิฟต์ให้กดหยุดที่ชั้นใกล้ที่สุดแล้วออกทันที และการปฏิบัติตัวเหมือนกันไม่ว่าจะได้ยินเสียงเตือนก่อนหรือรู้สึกสั่นก่อน
เสียงเตือนแต่ละแบบของญี่ปุ่นต่างกันอย่างไร?
หน้าอธิบายระบบ J-Alert ของสำนักงานดับเพลิงและจัดการภัยพิบัติญี่ปุ่นระบุเสียงไว้ต่างกันตามประเภทประกาศ ประกาศเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้าใช้เสียงไชม์ คำเตือนสึนามิใช้ไซเรนดับเพลิงดัง 5 วินาทีหยุด 6 วินาที 2 รอบ คำเตือนสึนามิขนาดใหญ่ใช้ไซเรนดับเพลิงดัง 3 วินาทีหยุด 2 วินาที 3 รอบ และประกาศป้องกันประชาชน ใช้ไซเรนป้องกันประชาชนดังต่อเนื่อง 14 วินาที จุดที่ต้องระวังคือสองแบบหลังสั่งให้ไปคนละทิศทาง สึนามิให้อพยพขึ้นที่สูง ส่วนประกาศป้องกันประชาชนให้หลบเข้าอาคารหรือลงใต้ดิน และเนื้อหาประกาศของแต่ละเทศบาลอาจต่างกันได้
มีแอปเตือนภัยของญี่ปุ่นที่เป็นภาษาไทยไหม?
มี หน้าแอป Safety tips ของสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นระบุว่าเป็นแอปแจ้งเตือนแบบส่งเข้าเครื่องสำหรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ครอบคลุมประกาศเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้า คำเตือนสึนามิ และคำเตือนสภาพอากาศ รองรับ 15 ภาษาซึ่งรวมภาษาไทย และมีผังการอพยพที่บอกว่าควรทำอะไรตามสถานการณ์รอบตัว พร้อมชุดวลีสำหรับถามข้อมูลจากคนรอบข้าง ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 9.0 ขึ้นไป หรือ Android 5.0 ขึ้นไป