Incentive Japan
ภาพปกกฎนำยาเข้าญี่ปุ่นสำหรับกรุ๊ปองค์กร พร้อมกล่องยา เอกสาร และด่านสนามบิน

อัปเดตกฎ 2569 ยาชนิดไหนห้ามเข้าญี่ปุ่นและปริมาณที่พกได้

27 กรกฎาคม 2569 7 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

กระเป๋าทริปญี่ปุ่นจัดเกือบเสร็จแล้ว แต่ถุงยาประจำตัวยังวางอยู่ข้างกระเป๋า ที่ต้องเช็คคือยาที่กินอยู่ทุกวัน เอาเข้าญี่ปุ่นได้ไหม ต้องเช็คทั้งชนิดยาและปริมาณ ยาบางกลุ่มห้ามนำเข้า บางกลุ่มต้องขออนุญาต ส่วนยาอื่นที่ไม่เข้าข่ายสารควบคุมหรือสารต้องห้ามมีเกณฑ์ปริมาณที่ไม่ต้องขอใบยืนยันนำเข้า บทนี้ช่วยแยกแต่ละกรณี พร้อมบอกว่าควรเตรียมอะไรให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

อัปเดตกฎศุลกากรและปริมาณยาที่อนุญาตให้พกติดตัวได้

กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ญี่ปุ่น (MHLW) กำหนดปริมาณยาสำหรับใช้ส่วนตัวที่ไม่ต้องขอ Import Confirmation หรือใบยืนยันนำเข้ายาส่วนตัว ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า Yunyu Kakunin-sho ตามตารางด้านล่าง เกณฑ์นี้ใช้พิจารณาเรื่องเอกสารดังกล่าว ต้องเช็คแยกด้วยว่ายาที่จะพกเข้าข่ายสารควบคุมหรือสารต้องห้ามหรือไม่ พกน้อยกว่าเกณฑ์จึงไม่ได้แปลว่านำเข้าได้ทันทีทุกชนิด

คอลลาจบรรยากาศการเตรียมเอกสารเดินทางและเช็คอินของกรุ๊ปบริษัทในญี่ปุ่น
คอลลาจบรรยากาศการเตรียมเอกสารเดินทางและเช็คอินของกรุ๊ปบริษัทในญี่ปุ่น
ประเภทของยาปริมาณที่ไม่ต้องขอ Import Confirmationเงื่อนไขที่ต้องดูร่วมกัน
ยาอื่นและยากึ่งยาไม่เกิน 2 เดือนสำหรับใช้ส่วนตัว โดยต้องไม่เข้าข่ายสารควบคุมหรือสารต้องห้าม
ยาตามใบสั่งแพทย์ไม่เกิน 1 เดือนต้องตรวจหมวดสารด้วย แม้เป็นยาที่แพทย์สั่งให้ใช้
ยาฉีดและกระบอกฉีดยาสำหรับยานั้นไม่เกิน 1 เดือนเฉพาะกระบอกฉีดยาแบบบรรจุพร้อมใช้ หรือชุดฉีดยาด้วยตนเอง
ยาใช้ภายนอกไม่เกิน 24 ชิ้นต่อรายการนับแยกตามรายการยา และตรวจเงื่อนไขของตัวยาร่วมด้วย

ยาสามัญประจำบ้านและปริมาณที่พกได้

ถ้ากำลังจัดยาสำหรับใช้ระหว่างเที่ยว ให้เริ่มจากอ่านชื่อสารสำคัญบนฉลาก อย่าอาศัยแค่ชื่อยี่ห้อหรือคำเรียกติดปากว่าเป็นยาสามัญ เพราะสิ่งที่ต้องเช็คคือยานั้นอยู่ในหมวดใด รายการสารควบคุมของญี่ปุ่นไม่ได้แจกแจงเป็นชื่อแบรนด์ยาไทยให้เทียบทีละกล่อง

ยาอื่นและยากึ่งยาอยู่ในเกณฑ์ใช้ไม่เกิน 2 เดือน ส่วนยาใช้ภายนอกมีเกณฑ์แยกเป็นไม่เกิน 24 ชิ้นต่อรายการ ทั้งหมดนี้เป็นกรอบที่ไม่ต้องขอใบยืนยันนำเข้าตามเงื่อนไขของ MHLW หากไม่แน่ใจว่ายาในมือจัดอยู่กลุ่มไหน ให้ถามแพทย์ผู้สั่งยาเพื่อเช็คหมวดสารก่อนจัดปริมาณที่จะพก อย่าเดาว่ายาที่ใช้เป็นประจำจะอยู่ในเกณฑ์ทั่วไปเสมอ

ยาโรคประจำตัวและใบยืนยันนำเข้ายาส่วนตัว (Yunyu Kakunin-sho)

ยาตามใบสั่งแพทย์ในปริมาณใช้ไม่เกิน 1 เดือนอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องขอ Import Confirmation โดยยังต้องเช็คเรื่องสารควบคุมและสารต้องห้าม ใบสั่งแพทย์จากประเทศต้นทางไม่ได้ทำให้ยาทุกชนิดผ่านเงื่อนไขนำเข้าของญี่ปุ่น และไม่ควรตีความว่าคนที่พกยาตามใบสั่งแพทย์ทุกคนต้องขอเอกสารแบบเดียวกัน

ถ้าปริมาณยาเกินเงื่อนไขที่ยกเว้นการขอเอกสาร ต้องขอใบยืนยันนำเข้ายาส่วนตัวให้ได้ก่อนออกเดินทาง แล้วแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร เอกสารนี้เป็นการยืนยันเรื่องนำเข้ายา ส่วนใบรับรองแพทย์ใช้ประกอบคำขอในกรณีที่กำหนด เช่น ยาควบคุมบางกลุ่ม จึงควรเช็คชื่อเอกสารให้ตรงกับขั้นตอนที่ต้องทำ

สำหรับคนที่ใช้ยาฉีด เกณฑ์ไม่เกิน 1 เดือนครอบคลุมยาฉีดและกระบอกฉีดยาสำหรับยานั้น เฉพาะแบบบรรจุพร้อมใช้ (Pre-filled syringe) หรือชุดฉีดยาด้วยตนเอง (Self-injection kit) ถ้าอุปกรณ์ที่ใช้เป็นรูปแบบอื่น ให้สอบถาม MHLW ตามกรณีของตนก่อนนำไป อย่าใช้เกณฑ์ของชุดฉีดเหล่านี้แทนอุปกรณ์ทุกประเภท

จุดติดต่อของ MHLW แบ่งตามสนามบินที่เดินทางเข้า เช่น Kanto-Shin'etsu ดูแลนาริตะและฮาเนดะ ส่วน Kinki ดูแลคันไซและฟุกุโอกะ ก่อนติดต่อจึงควรเช็คสนามบินเข้าญี่ปุ่นจริงจากแผนเดินทาง เพื่อส่งคำถามไปยังสำนักงานที่รับผิดชอบ

ควรเก็บยาในภาชนะเดิมเพื่อให้ตรวจสอบได้ง่าย

ตลับแบ่งยาอาจดูจัดกระเป๋าสะดวก แต่สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ MHLW แนะนำให้เก็บยาในภาชนะเดิม เช่น แผง PTP หรือแผงบลิสเตอร์ และขวดที่โรงพยาบาลหรือร้านยาให้มา เหตุผลคือเมื่อย้ายภาชนะแล้วอาจตรวจสอบยาได้ยาก คำแนะนำนี้ไม่ได้หมายความว่าญี่ปุ่นมีข้อห้ามแกะยาทุกกรณี

ก่อนเก็บยาลงกระเป๋า ลองไล่ดูว่าภาชนะที่ถือไปยังบอกได้หรือไม่ว่าข้างในคือยาอะไร หากมีคำถามเรื่องตัวยาหรือปริมาณที่จะใช้ ให้คุยกับแพทย์พร้อมข้อมูลจากภาชนะเดิม จะได้เช็คจากยาที่ใช้จริง ไม่ต้องอธิบายจากสีหรือรูปร่างเม็ดยาเพียงอย่างเดียว

เรื่องเอกสารเข้าเมืองเตรียมต่อได้ที่บทนี้

อ่านต่อ: Visit Japan Web กรอกล่วงหน้าทั้งทีม ลดเวลา ตม.ที่สนามบินได้จริงแค่ไหน

รายชื่อยาที่ห้ามเข้าญี่ปุ่นและยาควบคุมที่ต้องเช็คก่อน

ก่อนดูชื่อสาร ให้แยกยาที่ห้ามนำเข้าออกจากยาควบคุมที่มีขั้นตอนขออนุญาต หน่วยงานควบคุมยาเสพติดของญี่ปุ่นในสังกัด MHLW หรือ Narcotics Control Department (NCD) ระบุสารที่นักเดินทางรายบุคคลนำเข้าไม่ได้ แม้มีใบสั่งแพทย์จากประเทศตน ได้แก่

กรุ๊ปบริษัทเดินทางถึงสนามบินญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าและเอกสารส่วนตัว
กรุ๊ปบริษัทเดินทางถึงสนามบินญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าและเอกสารส่วนตัว
  • เฮโรอีน (heroin)
  • ฝิ่นผง (opium powder)
  • เมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีน (methamphetamine and amphetamine) รวม dexamphetamine และ levamfetamine
  • เมทาควาโลน (methaqualone)

ส่วนยาควบคุมต้องเช็คตามหมวดและเงื่อนไขของตัวยา ยาที่อยู่ในกลุ่มยาเสพติดทางการแพทย์ (Narcotics) หรือวัตถุตั้งต้นของสารกระตุ้นประสาท (Stimulants' Raw Materials) ต้องขออนุญาตก่อนนำเข้าและออกจากญี่ปุ่น อย่าใช้รายชื่อยาที่ห้ามเด็ดขาดข้างต้นไปเหมารวมกับยาทุกสูตรที่กล่าวถึงต่อจากนี้

ยาแก้หวัดและยาแก้แพ้ที่มีซูโดอีเฟดรีน

ซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) ใช้ในยาแก้คัดจมูกหรือยาแก้หวัดบางสูตร และ NCD ยกเป็นตัวอย่างของวัตถุตั้งต้นสารกระตุ้นประสาท ถ้ายาที่ใช้เข้าหมวดนี้ ต้องขออนุญาตล่วงหน้าก่อนนำเข้าและออกจากญี่ปุ่น จึงควรเช็คสูตรยากับแพทย์ ไม่สรุปจากคำว่า “ยาแก้หวัด” บนกล่องเพียงอย่างเดียว

ถ้าเจอชื่อสารนี้ในรายการยาของตัวเอง ให้เตรียมข้อมูลตัวยาไปสอบถามเงื่อนไขกับ NCD ก่อนเดินทาง ข้อมูลที่มีไม่ได้รองรับการเหมารวมว่ายาทุกสูตรที่มีซูโดอีเฟดรีนห้ามเข้าเด็ดขาด และปริมาณที่พกน้อยก็ไม่ใช่เหตุให้ข้ามการตรวจหมวดสาร

ยาแก้ไอและยาแก้ปวดชนิดแรงที่มีโคเดอีน

โคเดอีน (Codeine) อาจอยู่ในยาแก้ไอหรือยาแก้ปวดบางสูตร โดย NCD ยกสารนี้เป็นตัวอย่างของกลุ่มยาเสพติดทางการแพทย์ ถ้ายาอยู่ในหมวดดังกล่าว ต้องขออนุญาตก่อนเข้าและออกญี่ปุ่น การมีใบสั่งแพทย์จึงไม่ได้แทนขั้นตอนขออนุญาต

สำหรับคำขอกลุ่ม Narcotics และ Stimulants' Raw Materials นั้น NCD แนะนำให้ยื่นอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง และ Tokyo NCD ไม่รับคำขอแบบเร่งด่วน ควรเริ่มเช็คตั้งแต่ทราบว่าจะต้องนำยาไปด้วย ระยะเวลาที่แนะนำนี้ไม่ได้รับรองว่ายื่นครบแล้วจะได้รับอนุญาตทันวันเดินทาง

ใบรับรองแพทย์สำหรับคำขอกลุ่มนี้ต้องระบุชื่อและที่อยู่ปัจจุบันของผู้เดินทาง เหตุผลเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ยา รายการยาพร้อมขนาดและความแรงของยา รวมถึงลายเซ็นแพทย์ผู้สั่งยา โดยเอกสารต้องออกภายใน 3 เดือน ควรนำรายการข้อมูลที่ต้องใช้ไปคุยกับแพทย์ก่อนขอเอกสาร เพื่อให้ใบรับรองตรงกับคำขอ

เมื่อได้รับใบอนุญาตนำเข้า (Import Certificate) หรือใบอนุญาตส่งออก (Export Certificate) แล้ว ต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามขั้นตอนของ NCD สำหรับยาภายใต้ขั้นตอนนี้ ผู้เดินทางต้องถือยาไปเอง ห้ามส่งยาไปหรือกลับญี่ปุ่น และห้ามฝากผู้อื่นถือแทน แม้เป็นคนในครอบครัวที่เดินทางด้วยกัน

ผลิตภัณฑ์กัญชาและเงื่อนไขของ CBD

ศุลกากรญี่ปุ่น (Japan Customs) ระบุกัญชา หรือ cannabis เป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้า ส่วนผลิตภัณฑ์ CBD ซึ่งมี cannabidiol ต้องตรวจเงื่อนไขแยกออกมา จึงไม่ควรสรุปว่าสารสกัดทุกชนิดห้ามเด็ดขาด หรือเห็นคำว่า CBD แล้วถือว่านำเข้าได้เลย

NCD มีขั้นตอนตรวจว่าผลิตภัณฑ์ CBD/CBG เข้าข่ายยาเสพติดหรือไม่ก่อนพิธีการศุลกากร หากตั้งใจจะพกผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ให้ติดต่อเช็คตามขั้นตอนดังกล่าวก่อนนำไป โดยใช้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่จะถือเข้าญี่ปุ่นจริง

อีกชื่อที่ต้องแยกให้ออกคือ CBN หรือ Cannabinol ผลิตภัณฑ์ที่มีสารนี้ถูกกำหนดเป็น designated drug หรือยาที่ถูกกำหนดให้ควบคุม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 อย่าใช้คำตอบของผลิตภัณฑ์ CBD แทนผลิตภัณฑ์ที่มี CBN หากยังไม่ชัดเจนว่าส่วนประกอบของชิ้นที่มีอยู่เข้าข่ายใด ให้เช็คกับ NCD ก่อนตัดสินใจนำติดตัวไป

ส่วนเงื่อนไขเข้าเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวไทย อ่านรายละเอียดแยกได้ที่นี่

อ่านต่อ: คนไทยไปญี่ปุ่นฟรีวีซ่า เงื่อนไขปัจจุบันและเอกสารที่ ตม.ยังขอดูได้

พาทีมไปญี่ปุ่น จัดการเรื่องยาและเอกสารให้ถูกต้อง

ถ้าจัดทริปให้เพื่อนร่วมงาน ลองแจ้งให้แต่ละคนเช็คยาของตัวเองตั้งแต่เริ่มเตรียมเดินทาง ใครต้องใช้ยาควบคุมจะได้มีเวลาติดต่อแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประสานงานช่วยติดตามการเตรียมเอกสารได้ แต่สำหรับยาตามขั้นตอน NCD ต้องให้เจ้าของยาถือไปเอง ไม่รวบยาของคนในทีมมาฝากไว้กับหัวหน้าทริป

BENS DVA ดูแลเรื่องเอกสารเข้าประเทศและการประสานงานระหว่างทริปให้ ส่วนการยื่นขอใบอนุญาตนำเข้ายาตามขั้นตอนของ NCD เป็นเรื่องที่เจ้าของยาต้องดำเนินการเองพร้อมใบรับรองแพทย์ หากต้องการให้ช่วยวางกรอบเวลาเตรียมเอกสารของทีม ติดต่อมาพร้อมแผนเดินทางได้

คำถามที่พบบ่อย

พกยาสามัญประจำบ้านเข้าญี่ปุ่นได้มากแค่ไหน?

ยาอื่นและยากึ่งยาในปริมาณใช้ไม่เกิน 2 เดือนอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องขอ Import Confirmation หรือใบยืนยันนำเข้ายาส่วนตัว แต่ต้องเช็คแยกว่ายาไม่เข้าข่ายสารควบคุมหรือสารต้องห้าม เกณฑ์ปริมาณนี้ไม่ได้หมายความว่านำยาเข้าได้ทุกชนิด

ยาตามใบสั่งแพทย์พกเข้าญี่ปุ่นได้กี่วันและต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

ยาตามใบสั่งแพทย์ในปริมาณใช้ไม่เกิน 1 เดือนอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องขอ Import Confirmation แต่ต้องเช็คสารควบคุมหรือสารต้องห้ามแยกด้วย หากเกินเกณฑ์ ต้องได้รับใบยืนยันนำเข้ายาส่วนตัวก่อนออกเดินทางและแสดงต่อศุลกากร ส่วนใบรับรองแพทย์เป็นเอกสารประกอบคำขอสำหรับกลุ่มยาเสพติดทางการแพทย์ (Narcotics) และวัตถุตั้งต้นของสารกระตุ้นประสาท (Stimulants' Raw Materials) ในกรณีที่กำหนด

ยาชนิดไหนบ้างที่ห้ามนำเข้าญี่ปุ่นอย่างเด็ดขาด?

หน่วยงานควบคุมยาเสพติดของญี่ปุ่นในสังกัด MHLW หรือ Narcotics Control Department (NCD) ระบุว่านักเดินทางรายบุคคลนำเฮโรอีน (heroin) ฝิ่นผง (opium powder) เมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีน (methamphetamine and amphetamine รวม dexamphetamine และ levamfetamine) และเมทาควาโลน (methaqualone) เข้าไม่ได้ แม้มีใบสั่งแพทย์จากประเทศตน ส่วนศุลกากรญี่ปุ่น (Japan Customs) ระบุกัญชา (cannabis) เป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้า

ยาแก้หวัดที่มีซูโดอีเฟดรีนหรือยาแก้ไอที่มีโคเดอีนพกเข้าญี่ปุ่นได้ไหม?

ต้องเช็คหมวดและเงื่อนไขของยาที่ใช้ก่อน โดย NCD ยกซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) เป็นตัวอย่าง Stimulants' Raw Materials และโคเดอีน (Codeine) เป็นตัวอย่าง Narcotics ถ้ายาเข้าหมวดดังกล่าว ต้องขออนุญาตก่อนนำเข้าและออกจากญี่ปุ่น โดย NCD แนะนำให้ยื่นคำขออย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง และ Tokyo NCD ไม่รับคำขอแบบเร่งด่วน จึงไม่ควรเหมารวมว่ายาทุกสูตรที่มีสารเหล่านี้ห้ามเข้าเด็ดขาด

แกะยาใส่ตลับแบ่งยาเพื่อพกติดตัวไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ไหม?

MHLW แนะนำให้เก็บยาในภาชนะเดิม เช่น แผง PTP/blister หรือขวดจากโรงพยาบาลหรือร้านยา เพราะเมื่อย้ายภาชนะอาจตรวจสอบยาได้ยาก คำแนะนำนี้ไม่ได้หมายความว่าญี่ปุ่นห้ามแกะยาทุกกรณี

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565