
มื้อกรุ๊ปใหญ่ที่ญี่ปุ่น จองออนไลน์ได้แค่ 10 คน ที่เหลือต้องโทรจอง
ปัญหาของมื้อกรุ๊ปใหญ่ในญี่ปุ่นไม่ได้เริ่มที่ร้านเต็ม แต่เริ่มที่ระบบจองออนไลน์ไม่รับจำนวนคนของเรา หน้าจองจริงของร้านในโตเกียวที่ตรวจแล้วระบุเพดานไว้ที่ 10 คนและ 7 คนตามลำดับ เกินจากนั้นต้องโทรหรืออีเมลหาร้านโดยตรง ร้านยังจำกัดเวลานั่ง 2 ชั่วโมงอย่างเคร่งครัด นับจากเวลาที่จองไม่ใช่เวลาที่มาถึง และถือว่ายกเลิกถ้ามาสายเกิน 20 นาที อีกทั้งมักรับเฉพาะคอร์สที่ต้องเลือกล่วงหน้าและทั้งกลุ่มเลือกได้แบบเดียว ทางเลือกสำหรับกรุ๊ป 30 ถึง 45 คนจึงมีสามแบบ และตัวตัดสินที่เร็วที่สุดคือคืนนั้นต้องมีการพูดหรือประกาศอะไรไหม
เพดานจองออนไลน์อยู่ที่ 7 ถึง 10 คน
ปัญหาของมื้อกรุ๊ปใหญ่ในญี่ปุ่นไม่ได้เริ่มที่ร้านเต็ม แต่เริ่มที่ระบบจองออนไลน์ไม่ยอมรับจำนวนคนของเรา และตัวเลขเพดานต่ำกว่าที่คนไทยคาดมาก ลองดูจากหน้าจองจริงของร้านในโตเกียวสองแห่ง
- หน้าจองของร้านซีฟู้ดย่านชินจูกุระบุว่าการจองออนไลน์จำกัดที่ 10 คน และไม่รับจองออนไลน์สำหรับกลุ่ม 11 คนขึ้นไปโดยนับรวมเด็กด้วย ต้องโทรจองเท่านั้น
- หน้าจองของห้องอาหารในโรงแรมย่านชินจูกุระบุว่ากลุ่มตั้งแต่ 7 คนขึ้นไปอาจถูกจัดให้นั่งแยกโต๊ะ และกลุ่มเกิน 7 คนต้องติดต่อร้านโดยตรงทางโทรศัพท์หรืออีเมล

สองตัวอย่างนี้เป็นร้านคนละแบบและคนละระดับราคา แต่ให้ภาพเดียวกันคือเพดานของช่องทางออนไลน์อยู่ราว 7 ถึง 10 คน และเกินจากนั้นต้องคุยกับร้านเป็นรายกรณี สำหรับกรุ๊ป 30 ถึง 45 คน จึงไม่มีทางที่จะจัดการด้วยการกดจองเอง ต้องมีคนติดต่อร้านโดยตรงและต้องเผื่อเวลาให้การติดต่อนั้น
ข้อนี้ยังอธิบายว่าทำไมการค้นหาร้านจากรีวิวออนไลน์แล้วส่งลิงก์ให้ผู้ให้บริการไปจองมักไม่ได้ผล เพราะร้านที่รีวิวดีที่สุดมักเป็นร้านเล็กที่รับกลุ่มใหญ่ไม่ได้ตั้งแต่ต้น
เวลานั่ง 2 ชั่วโมง และมาสายเกิน 20 นาทีถือว่ายกเลิก
ข้อจำกัดที่สองกระทบตารางทั้งเย็นและเป็นเรื่องที่ทีมไทยมักไม่คาดคิด เพราะร้านไทยไม่ค่อยบังคับเรื่องนี้ หน้าจองของร้านซีฟู้ดย่านชินจูกุระบุไว้ตรง ๆ ว่า
- จำกัดเวลานั่ง 2 ชั่วโมงอย่างเคร่งครัด นับจากเวลาที่จองไว้ ไม่มีการต่อเวลา
- เวลาสิ้นสุดไม่เปลี่ยนแม้จะมาสาย ⇒ มาสาย 30 นาทีเท่ากับเหลือเวลากินหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
- มาสายเกิน 20 นาที การจองจะถูกยกเลิก
ส่วนหน้าจองของห้องอาหารในโรงแรมย่านชินจูกุระบุว่าถ้าติดต่อไม่ได้หลังเวลาจอง 15 นาที การจองอาจถูกยกเลิก และเรื่องค่าใช้จ่ายระบุว่ายกเลิกก่อน 2 วันเริ่มมีค่าปรับ ส่วนวันก่อนหน้าและวันงานคิดเต็มจำนวน โดยกลุ่ม 10 คนขึ้นไปใช้นโยบายคนละแบบ และบวกค่าบริการ 15 เปอร์เซ็นต์
ผลที่ตามมากับตารางของกรุ๊ปมีสามข้อ ข้อแรก ต้องเผื่อเวลาเดินทางถึงร้านมากกว่าปกติ เพราะสายแค่ 20 นาทีอาจเสียการจองทั้งกลุ่ม ข้อสอง ห้ามวางกิจกรรมที่อาจยืดไว้ก่อนมื้อเย็น ข้อสาม ต้องบอกทีมว่ามื้อนี้มีเวลาจำกัดจริง ไม่ใช่ปล่อยให้คิดว่านั่งได้เรื่อย ๆ ช่วงเวลาที่รถไฟแน่นและทำให้ไปถึงช้ากว่าที่คิด ดูได้ที่บท รถไฟโตเกียวช่วงไหนคนแน่นที่สุด และ 3 ทางเลี่ยงตอนพาทีมออกเช้า
ต้องเลือกคอร์สล่วงหน้า และทั้งกลุ่มเลือกได้แบบเดียว
ข้อจำกัดที่สามเปลี่ยนวิธีเก็บข้อมูลจากทีม หน้าจองของร้านซีฟู้ดย่านชินจูกุระบุว่ารับเฉพาะการจองแบบคอร์ส ต้องเลือกคอร์สล่วงหน้า และหนึ่งกลุ่มเลือกคอร์สได้เพียงแบบเดียว อีกทั้งคิดค่าคอร์สกับทุกคนที่อายุเกิน 10 ปีและคิดทั้งโต๊ะ
สำหรับกรุ๊ปบริษัท แปลว่า
- ไม่มีทางให้แต่ละคนสั่งของตัวเอง ต้องตัดสินใจแทนทั้งกลุ่มตั้งแต่ก่อนวันเดินทาง
- คนที่กินอะไรไม่ได้ต้องแจ้งล่วงหน้า และหน้าจองของห้องอาหารในโรงแรมย่านชินจูกุเตือนว่าถ้ามีข้อจำกัดอาหารหลายอย่างพร้อมกัน หรือแจ้งในวันที่มา อาจทำให้ไม่ได้
- งบต่อหัวของมื้อนั้นถูกล็อกตั้งแต่ตอนเลือกคอร์ส ซึ่งดีสำหรับการคุมงบ แต่แปลว่าเปลี่ยนทีหลังไม่ได้
วิธีที่ได้ผลคือเก็บข้อจำกัดอาหารพร้อมกับตอนเก็บรายชื่อผู้เดินทาง แล้วส่งเป็นจำนวนคนต่อประเภทให้ร้านตอบกลับมา ว่ารับไหวหรือไม่ ก่อนจะยืนยันร้าน ไม่ใช่หลังจากยืนยันแล้ว
สามทางเลือกเมื่อกรุ๊ปใหญ่กว่าที่ร้านรับได้
| เรื่อง | เหมาร้านหรือเหมาโซน | แยก 2 ถึง 3 ร้านใกล้กัน | ห้องจัดเลี้ยงโรงแรม |
|---|---|---|---|
| เหมาะกับกลุ่ม | 20 ถึง 60 คน | 30 ถึง 60 คน | 40 คนขึ้นไป |
| ทุกคนอยู่ด้วยกัน | ใช่ | ไม่ | ใช่ |
| คุมเวลา | ง่าย | ยากที่สุด | ง่ายที่สุด |
| บรรยากาศแบบท้องถิ่น | ได้เต็ม | ได้เต็ม | น้อยที่สุด |
| จุดที่มักพัง | ร้านที่เหมาได้มีน้อยและจองเร็ว | คนหลง ร้านเสิร์ฟไม่พร้อมกัน | รู้สึกเหมือนกินในงานประชุม |
หลักที่ใช้ตัดสินคือถามว่าคืนนั้นต้องมีการพูดหรือประกาศอะไรไหม ถ้ามี ให้ตัดตัวเลือกแยกร้านออกทันที เพราะพูดพร้อมกันไม่ได้ ถ้าไม่มี การแยกร้านกลับเป็นทางที่ทีมชอบกว่าเพราะได้เลือกแนวอาหารที่ชอบ ส่วนแนวอาหารแต่ละแบบต่างกันยังไง ดูได้ที่บท 4 แบบร้านอาหารญี่ปุ่น ไคเซกิ ชาบู ยากินิคุ อิซากายะ ต่างกันยังไง
แยกร้านยังไงไม่ให้กลายเป็นสามทริป
การแยกร้านล้มเหลวเมื่อกลายเป็นสามกลุ่มที่ไม่รู้ว่าอีกกลุ่มอยู่ไหน วิธีที่ทำให้ยังเป็นทีมเดียวกัน
- ทุกร้านต้องอยู่ในรัศมีเดินไม่เกิน 5 นาทีจากกัน และควรอยู่ฝั่งเดียวกันของถนน
- ให้เวลาเริ่มตรงกัน และจองเวลาเดียวกันทุกร้าน เพราะทุกร้านนับเวลาจำกัดจากเวลาที่จอง
- มีคนของทีมงานประจำทุกร้าน ไม่ใช่ให้หัวหน้าทีมวิ่งระหว่างร้าน
- นัดจุดรวมพลหลังมื้อไว้ล่วงหน้า ที่จุดนอกร้าน ไม่ใช่หน้าร้านใดร้านหนึ่ง
- แบ่งกลุ่มไว้ก่อนวันเดินทาง พร้อมบอกทีมว่าใครอยู่ร้านไหน ไม่ใช่แบ่งตอนยืนอยู่หน้าร้าน
ข้อที่ถูกมองข้ามบ่อยคือต้องแบ่งคนที่มีข้อจำกัดอาหารให้อยู่ร้านที่รับได้ ไม่ใช่แบ่งตามแผนกหรือตามความสนิท
ย่านที่ร้านเรียงกันเป็นแถวและเดินถึงกันได้จริงจึงเหมาะกับวิธีนี้ที่สุด ตัวอย่างฝั่งโอซาก้าอยู่ในบท โดทงโบริ ลงสถานีไหน เดินกี่นาทีจาก 3 สถานีรอบย่านกินของโอซาก้า ส่วนคนที่กินไม่ทันหรือยังหิวหลังมื้อ ร้านสะดวกซื้อเป็นทางออกที่ใช้ได้ทุกคืน ดูได้ที่บท คอนบินิญี่ปุ่นคือโครงสร้างพื้นฐานของทริป ใช้เซเว่นให้เป็นแบบคนท้องถิ่น
ห้องจัดเลี้ยงโรงแรมเมื่อไรถึงคุ้มกว่า

ห้องจัดเลี้ยงมักถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่น่าเบื่อ แต่มีสามกรณีที่เป็นคำตอบที่ถูกต้องชัดเจน
- คืนที่ต้องมีการพูดบนเวทีหรือมอบรางวัล เพราะเป็นที่เดียวที่ทำได้จริง
- กลุ่มเกิน 40 คนที่ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด เพราะร้านที่รับได้ขนาดนั้นมีน้อยมาก
- คืนที่ตารางแน่นและเลื่อนไม่ได้ เพราะไม่ต้องเดินทางออกจากโรงแรม
วิธีทำให้ห้องจัดเลี้ยงไม่น่าเบื่อคือใช้เป็นมื้อเดียวของทริป แล้วให้มื้ออื่นออกไปกินข้างนอก ไม่ใช่ใช้ทุกคืนเพราะสะดวก การเปรียบเทียบสถานที่จัดงานเลี้ยงแบบเต็มรูปแบบอยู่ในบท จัดงานเลี้ยงบริษัทที่ญี่ปุ่น เทียบ 3 แบบ บอลรูมโรงแรม เรือ และสวนญี่ปุ่น และเงื่อนไขของมื้อที่เรียวกังซึ่งเป็นคนละแบบอีกอยู่ในบท จองเรียวกังทั้งกรุ๊ป คิดรายคนไม่ใช่รายห้อง และอีก 4 เรื่องที่ต่างจากโรงแรม
วันจริงคุมมื้อแยกร้านยังไง

งานของวันจริงคือทำให้ทุกคนเข้าร้านตรงเวลาและออกมาพร้อมกัน ลำดับที่ใช้ได้
- บรีฟก่อนแยก 5 นาที บอกชื่อร้าน เวลาเริ่ม เวลาเลิก และจุดรวมพลหลังมื้อ
- เดินไปส่งกลุ่มย่อยถึงหน้าร้าน ไม่ใช่บอกชื่อร้านแล้วให้หาเอง
- ทีมงานแต่ละร้านยืนยันกลับมาว่าครบ ภายในสิบนาทีแรก
- เตือนเวลาก่อนหมดเวลา 20 นาที เพราะร้านจะไม่ต่อเวลาให้
- ออกจากร้านพร้อมกัน แล้วค่อยไปจุดรวมพล
ถ้ามีคนในทีมที่สื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ ให้กระจายไปคนละร้าน ไม่ใช่อยู่ร้านเดียวกันหมด กรณีที่ต้องใช้คนพูดไทยได้ตลอดทริป ดูได้ที่บท ไกด์พูดไทยที่ญี่ปุ่น หายากแค่ไหน ราคาเท่าไร และต้องจองล่วงหน้ากี่เดือน
สรุปและช่องทางเริ่มต้น
เพดานการจองออนไลน์ของร้านในญี่ปุ่นอยู่ราว 7 ถึง 10 คน เกินจากนั้นต้องติดต่อร้านโดยตรง ร้านหลายแห่งจำกัดเวลานั่ง 2 ชั่วโมงและถือว่ายกเลิกถ้ามาสายเกิน 20 นาที อีกทั้งมักรับเฉพาะคอร์สที่ต้องเลือกล่วงหน้าและทั้งกลุ่มเลือกได้แบบเดียว ทางเลือกสำหรับกรุ๊ป 30 ถึง 45 คนจึงมีสามแบบคือเหมาร้าน แยกสองถึงสามร้านที่อยู่ใกล้กัน หรือใช้ห้องจัดเลี้ยงโรงแรม โดยตัวตัดสินที่เร็วที่สุดคือคืนนั้นต้องมีการพูดหรือประกาศอะไรไหม
BENS DVA AGENCY จองมื้ออาหารให้ทริปองค์กรที่ญี่ปุ่นเป็นงานประจำ ทั้งการติดต่อร้านโดยตรงในกรณีที่จองออนไลน์ไม่ได้ การยืนยันข้อจำกัดอาหารเป็นจำนวนคนต่อประเภทก่อนล็อกร้าน และการจัดทีมงานประจำร้านเมื่อต้องแยกกลุ่ม ดูรายละเอียดได้ที่หน้า บริการทีมงานและผู้ประสานงานพูดไทยที่ญี่ปุ่น หรือส่งจำนวนคนและข้อจำกัดอาหารมาให้ทีมช่วยหาร้านที่รับได้จริง
คำถามที่พบบ่อย
จองร้านอาหารในญี่ปุ่นให้กรุ๊ป 40 คนได้ไหม?
จองออนไลน์ไม่ได้ ต้องติดต่อร้านโดยตรง หน้าจองจริงของร้านซีฟู้ดย่านชินจูกุระบุว่าการจองออนไลน์จำกัดที่ 10 คน และไม่รับจองออนไลน์สำหรับกลุ่ม 11 คนขึ้นไปโดยนับรวมเด็กด้วย ส่วนห้องอาหารในโรงแรมย่านชินจูกุระบุว่า กลุ่มตั้งแต่ 7 คนขึ้นไปอาจถูกจัดให้นั่งแยกโต๊ะ และกลุ่มเกิน 7 คนต้องติดต่อร้านโดยตรงทางโทรศัพท์หรืออีเมล สำหรับกรุ๊ป 30 ถึง 45 คนจึงต้องมีคนติดต่อร้านเป็นรายกรณีและต้องเผื่อเวลาให้การติดต่อนั้น
ร้านอาหารญี่ปุ่นจำกัดเวลานั่งจริงไหม?
จริง หน้าจองของร้านซีฟู้ดย่านชินจูกุระบุว่าจำกัดเวลานั่ง 2 ชั่วโมงอย่างเคร่งครัด นับจากเวลาที่จองไว้ ไม่มีการต่อเวลา และเวลาสิ้นสุดไม่เปลี่ยนแม้จะมาสาย ซึ่งแปลว่ามาสาย 30 นาทีเท่ากับเหลือเวลากินหนึ่งชั่วโมงครึ่ง อีกทั้งระบุว่ามาสายเกิน 20 นาทีการจองจะถูกยกเลิก ส่วนห้องอาหารในโรงแรมระบุว่าถ้าติดต่อไม่ได้หลังเวลาจอง 15 นาที การจองอาจถูกยกเลิก ผลกับตารางคือต้องเผื่อเวลาเดินทางถึงร้านมากกว่าปกติ และห้ามวางกิจกรรมที่อาจยืดไว้ก่อนมื้อเย็น
กรุ๊ปใหญ่ควรเหมาร้าน แยกร้าน หรือใช้ห้องจัดเลี้ยง?
ตัวตัดสินที่เร็วที่สุดคือคืนนั้นต้องมีการพูดบนเวทีหรือประกาศอะไรไหม ถ้ามี ให้ตัดตัวเลือกแยกร้านออกทันที เพราะพูดพร้อมกันไม่ได้ และห้องจัดเลี้ยงโรงแรมมักเป็นคำตอบที่ถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มเกิน 40 คนที่ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด ถ้าไม่มีการพูด การแยกสองถึงสามร้านที่อยู่ในรัศมีเดินไม่เกิน 5 นาทีกลับเป็นทางที่ทีมชอบกว่า เพราะได้เลือกแนวอาหารที่ชอบ แต่ต้องจองเวลาเดียวกันทุกร้าน มีทีมงานประจำทุกร้าน และแบ่งคนที่มีข้อจำกัดอาหารให้อยู่ร้านที่รับได้