Incentive Japan
ภาพปกทีมบริษัทไทยเตรียมพาสปอร์ตที่เคาน์เตอร์ Tax-Free ในญี่ปุ่น

Tax-Free ญี่ปุ่น ระบบซีลถุงและเงื่อนไข 5,000 เยน ทีมช้อปต้องรู้ก่อนจ่าย

16 สิงหาคม 2569 16 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

Tax free ญี่ปุ่น เงื่อนไข หลักสำหรับการซื้อถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026 คือ ซื้อในร้านที่ร่วมระบบ แสดงพาสปอร์ต และ มียอดถึงเกณฑ์ 5,000 เยน ไม่รวมภาษี ต่อคน ต่อร้าน ต่อวัน ของสิ้นเปลือง เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และ เครื่องสำอาง มีเพดาน 500,000 เยน และ ต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่กำหนดจนออกจากญี่ปุ่น ส่วน ของใช้ทั่วไปเริ่มที่ 5,000 เยน โดย ไม่มีเพดานเดียวกันในกฎนี้

สำหรับการซื้อตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 วิธีคิดเปลี่ยนชัดเจน ผู้เดินทางจ่ายราคารวมภาษีที่ร้าน ก่อน แล้ว จึงผ่านการยืนยันนำสินค้าออกนอกประเทศ เพื่อ รับเงินคืนภายหลัง ดังนั้น HR ไม่ควรส่งบรีฟเรื่อง “ซีลถุง และ ลดภาษีหน้าร้าน” ฉบับเดียวให้ทุกกรุ๊ป ต้องดูวันที่ซื้อจริง ก่อน เสมอ

Tax-Free ญี่ปุ่นหักภาษีที่ร้านหรือคืนที่สนามบิน?

คำตอบขึ้นกับวันที่ซื้อ หาก ซื้อไม่เกิน 31 ตุลาคม 2026 ระบบเดิมยังให้ร้านขายในราคาไม่รวมภาษี เมื่อ ผู้ซื้อ และ สินค้าผ่านเงื่อนไข ไม่ใช่การไปรับเงินคืนจากเคาน์เตอร์กลางที่สนามบิน แต่ สินค้าต้องถูกนำออกจากญี่ปุ่น และ ศุลกากรอาจตรวจ เมื่อ เดินทางออก

ถ้า ซื้อตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 ระบบจะเปลี่ยนเป็น Refund Method ผู้ซื้อจ่ายราคารวมภาษี ก่อน แล้ว รับคืน เมื่อ การตรวจขาออกยืนยันว่ามีสินค้ามาด้วย หลักการ และ วันเริ่มใช้ยืนยันได้จาก Japan Tourism Agency: Tax-Free Shopping Refund Method และ National Tax Agency: Refund Method

ซื้อถึง 31 ตุลาคม 2026: ลดภาษี ณ จุดขาย

ในระบบเดิม พนักงานร้านจะตรวจสิทธิจากพาสปอร์ต และ บันทึกรายการซื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อ รายการผ่าน ร้านจึงคิดราคาแบบ Tax-Free ณ จุดขาย ผู้ซื้อไม่ควรเข้าใจว่า “ชำระ แล้ว จบ” เพราะ หน้าที่นำสินค้าออกจากญี่ปุ่นยังคงอยู่ และ อาจต้องแสดงทั้งพาสปอร์ตกับสินค้า เมื่อ ศุลกากรขอตรวจ

วิธีนี้ทำให้เวลาในร้านเป็นคอขวดของกรุ๊ปได้ สมาชิก แต่ละคนต้องทำรายการของตนเอง รอการตรวจเอกสาร และ รับบรรจุภัณฑ์ตามประเภทสินค้า ผู้ประสานงานควรเผื่อเวลา หลัง เลือกสินค้า ไม่ควรกำหนดเวลานัดรถเท่ากับเวลาปิดช้อปพอดี

ซื้อตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026: จ่ายรวมภาษี ก่อน

ระบบใหม่กำหนดให้ซื้อในราคารวมภาษี จากนั้นยืนยันการนำสินค้าออก ณ สนามบิน หรือ ท่าเรือภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ เมื่อ ผ่านการยืนยัน แล้ว ร้าน หรือ ผู้ให้บริการคืนเงินที่ร้านมอบหมายจะดำเนินการคืนจำนวนเทียบเท่าภาษี วิธีคืนอาจเป็นการโอนเข้าบัตร โอนบัญชี ผ่านแอป หรือ เงินสดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด จึงต้องถามร้านตั้งแต่ ก่อน จ่าย

สมาชิกกรุ๊ปควรรู้ว่า “ผ่านเครื่องอ่านพาสปอร์ต” ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีการตรวจสินค้า ระบบจะแสดงผลว่าจบขั้นตอนได้เลย หรือ จำเป็นต้องนำสินค้าไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ถ้า สินค้าอยู่ในกระเป๋าที่โหลดไป แล้ว ผู้เดินทางอาจไม่สามารถนำกลับมาแสดงได้

วันที่ซื้อสำคัญกว่าวันเดินทาง

จุดตัดใช้กับการซื้อ ไม่ใช่วันที่เริ่มทริป หรือ วันที่ออกจากญี่ปุ่น กรุ๊ปที่เดินทางคร่อมปลายเดือนตุลาคมกับต้นเดือนพฤศจิกายน 2026 จึงอาจพบสองระบบในทริปเดียว ใบเสร็จวันที่ 31 ตุลาคมอยู่ใต้ระบบเดิม ส่วน ใบเสร็จวันที่ 1 พฤศจิกายนอยู่ใต้ Refund Method

HR ควรใส่วันที่ซื้อ โดย ประมาณในบรีฟ และ ขอให้หัวหน้ากรุ๊ปย้ำกติกาในคืน ก่อน วันช้อป หาก กำหนดการเปลี่ยนวัน ต้องอัปเดตข้อความบรีฟตามวันใหม่ ไม่ควรยึดสไลด์ที่เตรียมไว้ตั้งแต่ ตอนขายทริป

ทีมบริษัทไทยใช้เวลาช้อปปิ้งในห้างญี่ปุ่นก่อนเข้าคิว Tax-Free
ทีมบริษัทไทยใช้เวลาช้อปปิ้งในห้างญี่ปุ่นก่อนเข้าคิว Tax-Free

เงื่อนไข 5,000 เยนนับอย่างไร?

เกณฑ์ 5,000 เยน นับจากยอดไม่รวมภาษีของผู้ซื้อหนึ่งคน ที่ร้าน Tax-Free แห่งเดียว ในวันเดียวกัน ไม่ใช่ยอดรวมของทั้งกรุ๊ป และ ไม่ควรรวมยอดต่างร้านเข้าด้วยกัน แม้อยู่ในห้าง หรือ ย่านเดียวกัน เพราะ จุดดำเนินการ และ ใบอนุญาตของร้านอาจต่างกัน

ข้อมูลระบบปัจจุบันจาก Japan Customs: Consumption Tax Exemption for Non-residents ระบุว่า ของสิ้นเปลืองต้องมียอดระหว่าง 5,000 ถึง 500,000 เยน ส่วน ของใช้ทั่วไปต้องมียอด 5,000 เยนขึ้นไป ทั้งหมดคิดจากราคาก่อนภาษี

หนึ่งคน หนึ่งร้าน หนึ่งวัน

ถ้า พนักงานสองคนซื้อคนละ 3,000 เยน จะนำยอดมารวมเป็น 6,000 เยนในชื่อคนเดียวไม่ได้ แต่ละคนต้องผ่านเกณฑ์ด้วยรายการซื้อของตนเอง ถ้า คนเดียวซื้อช่วงเช้า และ กลับมาซื้อร้านเดิมช่วงเย็น ร้านอาจพิจารณายอดในวันเดียวกันตามระบบของสาขา แต่ ควรถาม ก่อน ชำระ เพราะ การรวมใบเสร็จย้อนหลัง ไม่ใช่สิ่งที่ควรรับประกัน

คำว่า “ร้านเดียว” อาจหมายถึงเคาน์เตอร์ Tax-Free กลางของห้าง หรือ หมายถึงร้าน แต่ละแบรนด์ ขึ้นกับรูปแบบที่ผู้ประกอบการได้รับอนุญาต ก่อน แยกทีมเข้าหลายชั้น ให้หัวหน้ากลุ่มถาม Information หรือ Tax-Free Counter ว่าต้องชำระที่ใด ใช้ใบเสร็จจากร้านใดรวมกันได้ และ เคาน์เตอร์ปิด ก่อน ห้าง หรือ ไม่

ยอด 5,000 เยนเป็นยอดก่อนภาษี

ป้ายราคาบางแห่งแสดงทั้งราคารวมภาษีกับราคาไม่รวมภาษี บางแห่งแสดงเพียงราคาเดียว สมาชิกไม่ควรคำนวณจากตัวเลขบนป้ายด้วยตนเอง แล้ว ถือว่าผ่านแน่นอน วิธีที่ชัดที่สุดคือถามพนักงานว่า Tax-Free eligible amount ของตะกร้านี้ถึงเกณฑ์ หรือ ยัง ก่อน สแกนชำระ

หาก ยอดเฉียดเกณฑ์ อย่าเพิ่มของที่ไม่ต้องการเพียง เพื่อ ให้ถึง 5,000 เยน การตัดสินใจควรดูยอดใช้จริง ค่าธรรมเนียมที่ร้าน หรือ ผู้ให้บริการอาจเรียกเก็บ และ วิธีคืนเงินประกอบกัน คำว่า Tax-Free ไม่ได้หมายความว่าราคาสุดท้ายต่ำกว่าทุกร้านเสมอ

หลัง 1 พฤศจิกายน เกณฑ์ขั้นต่ำยังอยู่

Refund Method ยังคงขั้นต่ำ 5,000 เยน ไม่รวมภาษี ต่อร้าน ต่อวัน แต่ ยกเลิกการแบ่งเงื่อนไขระหว่างของใช้ทั่วไปกับของสิ้นเปลือง ยกเลิกเพดาน 500,000 เยนสำหรับของสิ้นเปลือง และ ยกเลิกบรรจุภัณฑ์พิเศษ อย่างไรก็ตาม ปริมาณสินค้าต้องเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อสามารถนำติดตัวออกจากประเทศได้

ตารางนี้ใช้เป็นบัตรกฎฉบับย่อสำหรับบรีฟทีม:

วันที่ซื้อจ่ายที่ร้านเกณฑ์ขั้นต่ำของสิ้นเปลืองจุดยืนยันสำคัญ
ถึง 31 ต.ค. 2026ราคาไม่รวมภาษี เมื่อ ผ่านเงื่อนไข5,000 เยน ไม่รวมภาษี ต่อคน ต่อร้าน ต่อวัน5,000–500,000 เยน และ บรรจุตามวิธีที่กำหนดพาสปอร์ตที่ร้าน และ นำสินค้าออกจากญี่ปุ่น
ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026ราคารวมภาษี ก่อน5,000 เยน ไม่รวมภาษี ต่อร้าน ต่อวันไม่แยกหมวด และ ไม่มีบรรจุภัณฑ์พิเศษ แต่ ห้ามบริโภค ก่อน ตรวจขาออก ถ้า จะขอคืนตรวจขาออกภายใน 90 วัน ก่อนโหลดกระเป๋า แล้ว รับคืนตามวิธีของร้าน

ของทั่วไปกับของสิ้นเปลืองต่างกันอย่างไรในระบบเดิม?

ความต่างมีผลต่อเพดานยอด และ การแกะใช้ ของใช้ทั่วไป เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เริ่มรับสิทธิได้ เมื่อ ยอดถึง 5,000 เยนไม่รวมภาษี ส่วน ของสิ้นเปลือง เช่น อาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม และ เครื่องสำอาง อยู่ในช่วง 5,000–500,000 เยน และ ต้องบรรจุตามวิธีที่กำหนด

ถ้า ร้านรวมของสองหมวดเข้าด้วยกัน เพื่อ ให้ยอดถึงเกณฑ์ สินค้าทั้งชุดอาจถูกปฏิบัติแบบของสิ้นเปลือง และ บรรจุรวมตามเงื่อนไข ผู้ซื้อจึงต้องถาม ก่อน ว่า สิ่งใดแกะใช้ได้ สิ่งใดต้องเก็บไว้ และ ใบเสร็จชุดใดผูกกับถุงนั้น

ตารางเทียบเงื่อนไข ก่อน 1 พฤศจิกายน 2026

หมวดตัวอย่างยอดไม่รวมภาษีใช้ หรือ แกะในญี่ปุ่นได้ หรือ ไม่สิ่งที่ทีมต้องทำ
ของใช้ทั่วไปเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 5,000 เยนโดย หลักไม่ติดกฎถุงซีลของของสิ้นเปลือง แต่ ยังต้องนำสินค้าออกเก็บสินค้า และ พาสปอร์ตพร้อมสำหรับการตรวจ
ของสิ้นเปลืองอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง อาหารเสริม5,000–500,000 เยนห้ามแกะบรรจุภัณฑ์ที่กำหนด และ ห้ามบริโภคในญี่ปุ่นเก็บถุงซีล สินค้า และ ใบเสร็จจนออกประเทศ
ของสองหมวดรวมยอดของทั่วไปกับของสิ้นเปลืองที่ แต่ละหมวดยังไม่ถึงเกณฑ์รวมตั้งแต่ 5,000 เยน เมื่อ ร้านดำเนินการให้อาจถูกปฏิบัติรวมแบบของสิ้นเปลืองให้พนักงานอธิบาย ก่อน จ่าย และ อย่าแกะถุง

ของที่ซื้อใช้ในธุรกิจไม่ใช่ของฝาก ส่วนตัว

ระบบเดิมระบุว่าสินค้าที่ซื้อ เพื่อ ธุรกิจไม่เข้าเกณฑ์ ผู้เดินทางไม่ควรใช้ Tax-Free สำหรับการซื้อ เพื่อ ขายต่อ หรือ รับซื้อแทนผู้อื่นในปริมาณที่มีลักษณะการค้า สำหรับกรุ๊ปบริษัท การซื้อของฝาก ส่วนตัวต่างจากการจัดซื้ออุปกรณ์ หรือ สินค้าให้บริษัท ควรแยกวัตถุประสงค์ และ วิธีชำระเงินตั้งแต่ ต้น

ถ้า ทริปมีภารกิจจัดซื้อจริง ให้ฝ่ายจัดซื้อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านศุลกากร และ ภาษีตามกระบวนการของบริษัท บทความนี้อธิบายระบบสำหรับผู้เดินทางที่ซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อนำออกจากญี่ปุ่น ไม่ใช่คำแนะนำภาษีสำหรับการนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์

หลัง เปลี่ยนระบบ หมวดหาย แต่ หน้าที่นำออกยังอยู่

ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 การแบ่งของทั่วไปกับของสิ้นเปลือง และ ถุงซีลพิเศษจะถูกยกเลิก แต่ ไม่ได้แปลว่าเปิดขนมกิน แล้ว ขอคืนได้ตามปกติ Japan Tourism Agency ระบุว่า หาก บริโภคอาหาร เครื่องดื่ม หรือ เครื่องสำอางในญี่ปุ่นจนไม่มีสินค้าครบ ผู้ซื้อจะไม่ผ่านการยืนยัน เพื่อ รับคืน

การตรวจในระบบใหม่พิจารณาเป็นรายการซื้อ หรือ ใบเสร็จ ถ้า ขาดสินค้าแม้หนึ่งชิ้นในรายการนั้น รายการทั้งหมดอาจไม่เข้าเกณฑ์คืนภาษี จุดนี้สำคัญกับทีมที่ซื้อขนมหลายชิ้นในใบเสร็จเดียว แล้ว แบ่งกินระหว่างทริป

สมาชิกกรุ๊ปบริษัทแสดงพาสปอร์ตโดยปิดข้อมูลส่วนตัวที่เคาน์เตอร์ Tax-Free ในญี่ปุ่น
สมาชิกกรุ๊ปบริษัทแสดงพาสปอร์ตโดยปิดข้อมูลส่วนตัวที่เคาน์เตอร์ Tax-Free ในญี่ปุ่น

ถุงซีล Tax-Free แกะได้ เมื่อ ไร?

สำหรับของสิ้นเปลืองที่ซื้อภายใต้ระบบเดิม คำตอบที่ปลอดภัยคือ อย่าแกะถุง หรือ ใช้สินค้าในญี่ปุ่น ให้เก็บไว้จนเดินทางออกนอกประเทศ หาก ถุงเสียหาย หรือ จำเป็นต้องเปิด ควรถามร้าน หรือ เจ้าหน้าที่ศุลกากร ก่อน ไม่ควรตัดสินจากคำบอกต่อของสมาชิกคนอื่น

กฎนี้มีไว้ เพื่อ ยืนยันว่าของที่ได้รับยกเว้นภาษีถูกนำออกจริง ถ้า ศุลกากรตรวจ แล้ว ผู้ซื้อไม่มีสินค้า หรือ มีหลักฐานว่าสินค้าถูกบริโภค หรือ โอนให้ผู้อื่นในญี่ปุ่น อาจต้องชำระภาษีที่เคยได้รับยกเว้นคืน รายละเอียดหน้าที่ขาออกดูได้จาก Japan Customs: Procedures of Passenger Clearance

อย่าใส่ของจำเป็นระหว่างทริปไว้ในถุง

เครื่องสำอาง ยา อาหารเสริม หรือ ขนมที่ตั้งใจใช้ ก่อน บินกลับ ไม่ควรรวมเป็นของ Tax-Free ในถุงที่ต้องเก็บปิด สมาชิกควรแยก “ซื้อใช้ตอนนี้” กับ “ซื้อกลับไทย” ตั้งแต่ ก่อน เข้าคิวชำระ การแบ่งตะกร้าชัดช่วยลดปัญหาต้องเปิดถุงภายหลัง

ถ้า มีของที่ต้องผ่านข้อกำหนดพิเศษ เช่น ยา อาหาร เนื้อสัตว์ พืช หรือ สินค้ามูลค่าสูง อย่าถือว่าการได้ Tax-Free เท่ากับผ่านกฎนำเข้าของไทย ทั้งสองระบบเป็นคนละเรื่อง สำหรับขากลับควรอ่าน อ่านต่อ: ของฝากญี่ปุ่นกับศุลกากรไทย ขนมของฝากผ่านง่ายแต่ของแบรนด์ต้องระวัง ในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ก่อน ซื้อจำนวนมาก

เก็บถุงให้พ้นการกดทับและของเหลวรั่ว

ถุงที่ซีล แล้ว มักมีหลายสินค้าอยู่รวมกัน ควรวางในกระเป๋าที่ไม่ถูกของหนักทับ และ แยกของเหลวออกจากเอกสารสำคัญ หาก ต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง ให้จัดตำแหน่งไว้ตั้งแต่ โรงแรม ไม่ควรรื้อถุงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน

ผู้ประสานงานไม่ต้องเก็บสินค้าของทุกคนรวมกัน เพราะ สิทธิผูกกับผู้ซื้อ และ พาสปอร์ตของคนนั้น แต่ ควรเตือนให้ แต่ละคนจำว่าถุงใดอยู่ในกระเป๋าใบไหน หาก มีการขอตรวจจะได้ตอบ และ หยิบได้เร็ว

ต้องใช้พาสปอร์ตอะไรที่เคาน์เตอร์ Tax-Free?

ให้สมาชิกพกพาสปอร์ตตัวจริงของตนเองไปที่ร้าน เอกสารต้องแสดงสถานะที่เข้าเกณฑ์ และ ชื่อผู้ซื้อควรตรงกับผู้ทำรายการ ภาพถ่าย หรือ สำเนาพาสปอร์ตไม่ควรถูกใช้แทน โดย คาดหวังว่าร้านจะยอมรับ เพราะ ร้านต้องตรวจสิทธิ และ ส่งข้อมูลรายการซื้อเข้าสู่ระบบ

ผู้มีสัญชาติอื่น สถานะพำนักต่างกัน หรือ เข้าญี่ปุ่นด้วยช่องทางพิเศษ อาจมีเอกสาร และ เงื่อนไขต่างออกไป ควรให้ร้านตรวจตามข้อมูลจริง ไม่ควรให้หัวหน้ากรุ๊ปวินิจฉัยสิทธิแทนพนักงานร้าน

ทุกคนทำรายการของตนเอง

อย่ารวมสินค้าของทั้งทีมไว้ใต้พาสปอร์ตผู้บริหารคนเดียวเพียง เพื่อ ลดเวลา ผู้ถือพาสปอร์ตต้องเป็นผู้ซื้อที่เข้าเกณฑ์ และ รับผิดชอบนำสินค้าตามรายการออกจากญี่ปุ่น การฝากซื้อ หรือ ส่งต่อ ก่อน ออกประเทศสร้างความเสี่ยงทั้งตอนตรวจ และ ตอนจัดกระเป๋า

ถ้า บริษัทมอบงบของขวัญให้พนักงาน ควรกำหนดวิธีเบิก หรือ หลักฐานทางบัญชีแยกจากขั้นตอน Tax-Free ร้านมีหน้าที่ตรวจสิทธิผู้ซื้อ ส่วน บริษัทมีหน้าที่กำหนดนโยบายค่าใช้จ่ายของตน สองกระบวนการนี้ไม่ควรถูกปนกันในคิวชำระ

Visit Japan Web ไม่ได้แทนทุกขั้นตอน โดย อัตโนมัติ

บางร้านรองรับ QR จาก Visit Japan Web เพื่อ ส่งข้อมูลพาสปอร์ต แต่ การรองรับขึ้นกับระบบของร้าน สมาชิกยังควรพกพาสปอร์ตตัวจริง และ ไม่ควรบอกทีมว่าโทรศัพท์เครื่องเดียวพอในทุกสถานการณ์ สำหรับระบบใหม่ ขาออกยังมีการใช้พาสปอร์ตที่เครื่อง Tax-Free procedure terminal หรือ ขั้นตอนออนไลน์ในพื้นที่ที่กำหนดของสนามบินหลักบางแห่ง

ก่อนเดินทาง ให้สื่อสารเพียงกฎที่ทำตามได้ทุกคน: พกพาสปอร์ตของตน ถามร้าน ก่อน ชำระ เก็บสินค้าให้ครบ และ เผื่อเวลาขาออก รายละเอียดเทคโนโลยีของร้านเปลี่ยนได้ จึงควรยืนยันอีกครั้ง เมื่อ ถึงสถานที่จริง

HR ควรจัดเวลาช้อปของกรุ๊ปอย่างไร?

ควรแยกเวลา “เลือกสินค้า” ออกจากเวลา “ชำระ และ ทำ Tax-Free” อย่างน้อยหนึ่งช่วง โดยเฉพาะกรุ๊ปที่มีสมาชิกหลายสิบคน หรือ เข้าห้างช่วงเย็น ถ้า รถออกทันที เมื่อ หมดเวลาช้อป สมาชิกที่ต่อคิว Tax-Free จะกลายเป็นผู้ทำให้ทั้งกรุ๊ปล่าช้า ทั้งที่ปัญหาเกิดจากการวางเวลาไม่ครบขั้นตอน

การเตรียม อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้ ช่วยให้ผู้วางโปรแกรมเห็นบริบทของช่วง Shopping & Free Time ก่อน ตัดสินใจว่าจะปล่อยอิสระกี่ชั่วโมง และ ควรวางจุดนัดรถไว้ตรงไหน

ก่อน ปล่อยทีม: บรีฟ 5 เรื่องใน 3 นาที

  1. บอกเวลานัดกลับ และ เวลาที่ควรเริ่มเข้าคิวชำระ
  2. ย้ำว่าเกณฑ์ 5,000 เยนเป็นยอดของ แต่ละคน ต่อร้าน ต่อวัน และ คิด ก่อน ภาษี
  3. ให้ทุกคนพกพาสปอร์ตตัวจริง และ ชำระรายการของตนเอง
  4. แยกของที่จะใช้ในญี่ปุ่นออกจากของ Tax-Free ที่ต้องนำกลับ
  5. บอกช่องทางติดต่อหัวหน้ากรุ๊ป เมื่อ ร้านอธิบายเงื่อนไขไม่ตรงกับบรีฟ

บรีฟควรใช้ภาษาสั้น และ ไม่รับรองผล เช่น “ถามร้าน ก่อน จ่าย เพราะ เคาน์เตอร์ และ วิธีคืนเงินต่างกัน” ดีกว่า “ทำตามนี้ได้คืนทุกคน” หาก สมาชิกมีเวลาน้อย ให้ความสำคัญกับการซื้ออย่างถูกต้องมากกว่าการวิ่งเก็บหลายร้าน

ระหว่างช้อป: ใช้จุดนัดและหัวหน้ากลุ่มย่อย

กรุ๊ปใหญ่ควรแบ่งหัวหน้ากลุ่มย่อยตามชั้น หรือ ย่าน ส่งตำแหน่งจุดนัดที่เห็นง่าย และ ตั้งเวลาสองชั้น คือ เวลาเริ่มกลับกับเวลารถออกจริง ผู้ที่ต้องทำ Tax-Free ควรเข้าคิว ก่อน ผู้ที่ซื้อของทั่วไป

ถ้า ร้านมีเคาน์เตอร์รวม ให้ถ่ายภาพป้ายเวลาปิด และ ตำแหน่งเคาน์เตอร์ เพื่อ สื่อสารในกลุ่มแชต หลีกเลี่ยงการถ่ายข้อมูลพาสปอร์ต ใบเสร็จเต็มใบ หรือ หน้าจอการคืนเงินลงกลุ่ม เพราะ มีข้อมูล ส่วนบุคคล และ ข้อมูลการชำระเงิน

ก่อน ขึ้นรถ: ตรวจเฉพาะสิ่งที่จำเป็น

หัวหน้ากรุ๊ปควรถามสามข้อ: ทุกคนได้พาสปอร์ตคืน หรือ ยัง ของ Tax-Free อยู่กับเจ้าของรายการ หรือ ไม่ และ มีใครยังค้างที่เคาน์เตอร์ หรือ ไม่ ไม่จำเป็นต้องตรวจยอดซื้อ หรือ ดูสินค้ารายบุคคล เว้น แต่ นโยบายบริษัทกำหนดไว้ และ เจ้าตัวยินยอม

สำหรับการออกแบบเส้นทางทั้งทริป สามารถ ดูโปรแกรมญี่ปุ่นสำหรับองค์กร แล้ว วางช่วงช้อปให้สัมพันธ์กับวันย้ายเมือง น้ำหนักกระเป๋า และ เวลาสนามบิน ไม่ควรวางการซื้อหนัก ก่อน ต้องลากสัมภาระหลายสถานี

ก่อน ออกจากญี่ปุ่นต้องจัด Tax-Free อย่างไร?

ให้เตรียมพาสปอร์ต สินค้า และ ข้อมูลรายการซื้อไว้ ก่อน เช็กอิน โดยเฉพาะ เมื่อ สินค้าจะอยู่ในกระเป๋าโหลด Japan Customs ระบุว่า หาก สินค้าปลอดภาษีอยู่ในสัมภาระโหลด ควรรับการยืนยันจากศุลกากร ก่อน ส่งกระเป๋าให้สายการบิน

ระบบใหม่ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 ยิ่งทำให้ลำดับนี้สำคัญ เพราะ เครื่องตรวจ และ พื้นที่ศุลกากรอยู่ ก่อน การโหลดกระเป๋า และ หาก ระบบแสดงว่าต้องตรวจ ผู้เดินทางต้องนำสินค้ามาแสดง ข้อมูลคำถามสำหรับผู้เดินทางอยู่ที่ Japan Tourism Agency: Refund Method FAQ for Travelers

คืนก่อนบิน: จัดตามเจ้าของพาสปอร์ต

แต่ละคนควรรวมของ Tax-Free ของตนไว้ในกระเป๋าที่จำได้ เก็บใบเสร็จ หรือ ข้อมูลคืนเงินไว้ในที่เข้าถึงง่าย และ ตรวจว่าไม่มีของจากใบเสร็จเดียวกันถูกแบ่งไปให้ เพื่อน หาก มีสินค้ามูลค่าสูง ควรเก็บเอกสารรับรอง หรือ ใบรับประกันไว้ใกล้สินค้า

หัวหน้ากรุ๊ปอาจส่งเช็กลิสต์สั้นในกลุ่มแชต แต่ ไม่ควรขอให้สมาชิกส่งภาพพาสปอร์ต หรือ เลขบัตรเครดิตกลับมา การเตรียมพร้อมทำได้ โดย ไม่รวบรวมข้อมูลอ่อนไหวของทั้งทีม

ถึงสนามบิน: ทำ Tax-Free ก่อนโหลดกระเป๋า

กรุ๊ปควรมาถึงเผื่อเวลามากกว่าปกติ เมื่อ มีผู้ซื้อจำนวนมาก ระบบใหม่ระบุว่าเครื่องอ่านพาสปอร์ตอาจให้ผลว่าจบขั้นตอน หรือ ให้ไปตรวจสินค้าเพิ่มเติม แม้การอ่านผลใช้เวลาไม่นาน แต่ คิว และ การตรวจจริงอาจใช้เวลา จึงไม่ควรกำหนดเวลาจากกรณีเร็วที่สุด

ถ้า มีเที่ยวบินภายในประเทศต่อไปยังเที่ยวบินระหว่างประเทศ ให้ทำขั้นตอนที่สนามบินสุดท้ายที่ออกจากญี่ปุ่น ไม่ใช่สนามบินต้นทางภายในประเทศ และ ต้องเก็บสินค้าไว้ให้ตรวจได้จนถึงจุดนั้น

หลัง ผ่านการยืนยัน: ติดตามวิธีคืนเงินของร้าน

Refund Method ไม่ได้มีเคาน์เตอร์คืนเงินแบบเดียวสำหรับทุกร้าน ร้าน หรือ ผู้ให้บริการที่ร้าน แต่งตั้งเป็นผู้คืนเงิน วิธี ระยะเวลา ค่าธรรมเนียม และ สกุลเงินที่ได้รับจึงอาจต่างกัน ผู้ซื้อควรเก็บหลักฐาน และ เงื่อนไขที่ร้านแจ้ง โดย ไม่คาดหวังว่าไกด์ หรือ หัวหน้ากรุ๊ปจะติดตามธุรกรรม ส่วนบุคคลแทนได้ทุกกรณี

ถ้า บริษัทต้องการลดความสับสน ก่อนเดินทาง สามารถ ดูบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อ จัดรายการข้อมูลเข้าเมือง เอกสาร และ บรีฟผู้เดินทางไว้ในชุดเดียว แต่ เงื่อนไข Tax-Free ณ ร้าน และ วันซื้อยังต้องตรวจจากผู้ประกอบการ โดยตรง

สมาชิกกรุ๊ปบริษัทจัดของ Tax-Free ให้หยิบตรวจได้ก่อนโหลดกระเป๋าที่สนามบินญี่ปุ่น
สมาชิกกรุ๊ปบริษัทจัดของ Tax-Free ให้หยิบตรวจได้ก่อนโหลดกระเป๋าที่สนามบินญี่ปุ่น

ความเสี่ยงใดทำให้ไม่ได้รับ Tax-Free หรือถูกเรียกเก็บภาษี?

ความเสี่ยงหลักคือ ไม่มีสินค้าตามรายการ เมื่อ ออกจากญี่ปุ่น ใช้ หรือ โอนสินค้า ก่อน ออกประเทศ ใช้เอกสารของคนอื่น หรือ ทำขั้นตอน หลัง โหลดกระเป๋าจนไม่สามารถแสดงสินค้าได้ วิธีลดความเสี่ยงคือให้เจ้าของพาสปอร์ตถือรายการของตน เก็บของครบ และ เผื่อเวลาให้ลำดับสนามบินถูกต้อง

สำหรับระบบเดิม หาก สินค้าไม่ถูกนำออก ผู้ซื้ออาจต้องชำระภาษีที่ได้รับยกเว้น สำหรับระบบใหม่ หาก สินค้าไม่ครบ หรือ ไม่ผ่านการยืนยัน ก็จะไม่ได้รับคืนภาษีตามรายการนั้น อย่าใช้ถ้อยคำว่า “แค่สแกนก็ได้เงินคืนแน่นอน” ในเอกสารบริษัท

ซื้อแทน ฝากถือและแบ่งของข้ามคน

การให้คนหนึ่งใช้พาสปอร์ตซื้อแทนหลายคนทำให้เจ้าของรายการไม่สามารถควบคุมสินค้าได้ครบ หาก กระเป๋าแยกกัน หรือ สมาชิกกลับคนละเที่ยวบิน ความเสี่ยงยิ่งสูง ให้ แต่ละคนทำรายการของตน และ อย่าสลับถุง หลัง ออกจากร้าน

ถ้า มีของขวัญ ส่วนกลางสำหรับงานบริษัท ให้ตัดสินใจ ก่อน ว่าเป็นการซื้อ ส่วนบุคคล หรือ การจัดซื้อองค์กร หาก เป็นการจัดซื้อ ควรใช้กระบวนการบัญชี และ ศุลกากรของบริษัทแทนการพยายามทำให้เข้ากฎนักท่องเที่ยว

โหลดกระเป๋าเร็วเกินไป

ผู้เดินทางจำนวนมากจัดกระเป๋าเสร็จ แล้ว ส่งโหลดทันที จากนั้นจึงพบป้าย Tax-Free ขั้นตอนนี้กลับลำดับ หาก สินค้าถูกเรียกตรวจจะนำออกมาไม่ได้ โดยเฉพาะระบบ Refund Method ที่ย้ำให้ทำการยืนยัน ก่อน baggage check-in

ให้หัวหน้ากรุ๊ปใส่ “Tax-Free check” ไว้ ก่อน “Airline check-in” ในข้อความนัดหมาย และ แจ้งสมาชิกที่ไม่มี Tax-Free ว่าสามารถไปขั้นตอนสายการบินตามแผนแยกได้ เมื่อ การดูแลกลุ่มอนุญาต

ใช้กติกาเก่ากับวันซื้อใหม่

ความผิดพลาดที่คาดการณ์ได้ในปลายปี 2026 คือ สมาชิกจำว่าต้องหาถุงซีล และ จ่ายราคาไม่รวมภาษี ทั้งที่ซื้อ หลัง 1 พฤศจิกายน หรือ ในทางกลับกัน คิดว่าจ่ายรวมภาษี แล้ว ไปรอคืนที่สนามบิน ทั้งที่ซื้อ ก่อน วันเปลี่ยนระบบ

วิธีป้องกันคือพิมพ์วันที่ไว้บนบรีฟทุกฉบับ และ ให้ร้านอธิบายวิธีดำเนินการ ก่อน ชำระ หาก ทีมต้องการรายละเอียดเชิงเปรียบเทียบเพิ่มเติม ให้ใช้ อ่านต่อ: ระบบ Tax-Free ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยน ถุงซีลจะหายไปและทีมช้อปกระทบยังไง ซึ่งแยกผลกระทบของการเปลี่ยนระบบไว้ โดยตรง

เช็กลิสต์ Tax-Free สำหรับหัวหน้ากรุ๊ปมีอะไรบ้าง?

หัวหน้ากรุ๊ปไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษี แต่ ต้องทำให้สมาชิกใช้ข้อมูลเวอร์ชันเดียวกัน เช็กลิสต์ที่ดีจึงระบุวันที่ซื้อ เกณฑ์ยอด เอกสาร การเก็บสินค้า และ ลำดับสนามบิน พร้อมประโยคเดียวว่าเงื่อนไขของร้านต้องยืนยัน ก่อน ชำระ

ก่อนเดินทาง

  • ระบุว่าทริปซื้อ ก่อน หรือ หลัง 1 พฤศจิกายน 2026 หรือ เดินทางคร่อมวันเปลี่ยนระบบ
  • ใส่ลิงก์ทางการของ Japan Customs และ Japan Tourism Agency ในเอกสารบรีฟ
  • แจ้งให้ทุกคนพกพาสปอร์ตตัวจริงในวันช้อป
  • แยกงบของขวัญ ส่วนบุคคลออกจากการจัดซื้อของบริษัท
  • วางเวลาช้อปให้รวมคิวชำระ และ Tax-Free Counter แล้ว

วันที่ช้อป

  • ถามร้านว่าร่วมระบบ หรือ ไม่ และ ยอด 5,000 เยนนับที่เคาน์เตอร์ใด
  • ให้ แต่ละคนชำระ และ ทำรายการด้วยพาสปอร์ตของตน
  • แยกของใช้ระหว่างทริปออกจากของที่จะนำกลับ
  • อ่านเงื่อนไขคืนเงิน ค่าธรรมเนียม และ ช่องทางรับเงิน ก่อน ยืนยัน
  • เก็บสินค้า ใบเสร็จ และ ถุงซีลตามระบบของวันที่ซื้อ

คืนก่อนบิน และ วันออกประเทศ

  • รวมสินค้าตามเจ้าของพาสปอร์ต ไม่แบ่งใบเสร็จเดียวกันข้ามกระเป๋าคนอื่น
  • เก็บสินค้าให้เข้าถึงได้ ก่อน เช็กอิน โดยเฉพาะของที่จะโหลด
  • ทำ Tax-Free หรือ ยืนยันศุลกากร ก่อนโหลดกระเป๋าตามขั้นตอนที่ใช้ในวันนั้น
  • เผื่อเวลาสำหรับคิว และ การตรวจสินค้า ไม่ใช้เวลาจากกรณีเร็วที่สุด
  • เก็บหลักฐานวิธีคืนเงินของร้านไว้จนได้รับเงินจริง

สรุปแล้ว ทีมองค์กรควรจำอะไรเพียงหนึ่งบัตร?

ให้จำสามบรรทัด: ก่อน 1 พฤศจิกายน 2026 ผ่านเงื่อนไข แล้ว ลดภาษีที่ร้าน และ ของสิ้นเปลืองต้องซีล; ตั้งแต่ วันนั้นจ่ายรวมภาษี ก่อน แล้ว ตรวจขาออก เพื่อ รับคืน; ทุกช่วงต้องมียอดอย่างน้อย 5,000 เยนไม่รวมภาษี พกพาสปอร์ต และ นำสินค้าออกจากญี่ปุ่น

สำหรับ HR งานสำคัญไม่ใช่จำทุกข้อแทนสมาชิก แต่ คือส่งบรีฟที่มีวันที่ชัด วางเวลาชำระกับสนามบินให้พอ และ บอกให้ถามร้าน ก่อน จ่าย เมื่อ เงื่อนไขต่างจากเอกสาร วิธีนี้ช่วยให้ช่วงช้อปเป็นเวลา ส่วนตัวที่จัดการได้ โดย ไม่ทำให้ทั้งกรุ๊ปรอ เพราะ ใช้กติกาคนละเวอร์ชัน

คำถามที่พบบ่อย

Tax-Free ญี่ปุ่นขั้นต่ำเท่าไร?

ขั้นต่ำคือ 5,000 เยน ไม่รวมภาษี ต่อผู้ซื้อ ต่อร้าน ต่อวัน ภายใต้ระบบที่ใช้ถึง 31 ตุลาคม 2026 ของสิ้นเปลืองมีเพดาน 500,000 เยน ส่วน ระบบตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 ยังคงขั้นต่ำ 5,000 เยน แต่ ยกเลิกเพดาน และ การแบ่งหมวดแบบเดิม

ใช้รูปพาสปอร์ตในโทรศัพท์แทนตัวจริงได้ไหม?

ไม่ควรวางแผน โดย ใช้รูป หรือ สำเนาแทน ให้พกพาสปอร์ตตัวจริงของผู้ซื้อไปที่ร้าน แม้บางร้านรองรับ QR จาก Visit Japan Web การรองรับ และ ขั้นตอนของ แต่ละร้านอาจต่างกัน จึงต้องถาม ก่อน ชำระ

ถุงซีล Tax-Free เปิดใส่กระเป๋าใหม่ได้ไหม?

สำหรับของสิ้นเปลืองในระบบเดิม ไม่ควรเปิดถุงในญี่ปุ่น หาก ต้องจัดกระเป๋า ให้จัดทั้งถุง โดย ไม่ทำลายซีล ถุงเสียหาย หรือ จำเป็นต้องเปิดควรสอบถามร้าน หรือ ศุลกากร ก่อน

หลัง 1 พฤศจิกายน 2026 กินขนม Tax-Free ในญี่ปุ่นได้ไหม?

ไม่มีถุงซีลพิเศษ แล้ว แต่ ถ้า กิน หรือ ใช้สินค้าจนไม่ครบ ก่อน การตรวจขาออก รายการนั้นอาจไม่ได้รับคืนภาษี การตรวจพิจารณาเป็นรายการซื้อ จึงควรเก็บสินค้าทุกชิ้นในใบเสร็จไว้จนผ่านขั้นตอน

ต้องไปเคาน์เตอร์คืนเงินที่สนามบินทุกคนไหม?

ระบบเดิมไม่ใช่การคืนเงินที่สนามบิน ส่วน Refund Method ต้องผ่านการยืนยันขาออก แต่ ผู้คืนเงินคือร้าน หรือ ผู้ให้บริการของร้าน วิธีรับเงินต่างกันไป ผู้ซื้อควรถามช่องทาง และ เงื่อนไขตั้งแต่ ตอนซื้อ

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565