
Tax-Free ญี่ปุ่น เงื่อนไข ช้อปปลอดภาษีและขั้นตอนขอเงินคืน
ใครกำลังยืนต่อแถวรอจ่ายเงินที่ร้านค้าในญี่ปุ่น แล้วชะงักตอนพนักงานขอพาสปอร์ตเพื่อทำรายการ Tax-Free อาจจะแอบสงสัยว่าทริปนี้จะได้เงินคืนกี่เปอร์เซ็นต์ ต้องซื้อขั้นต่ำเท่าไหร่ หรือระบบใหม่จะกระทบเรายังไงบ้าง ลองมาเช็คเงื่อนไขทั้งระบบปัจจุบันที่ใช้ถึง 31 ตุลาคม 2026 และระบบ Tax Refund ที่เริ่มกับการซื้อตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 เพื่อให้เตรียมเอกสารและเผื่อเวลาช้อปได้เหมาะกับแต่ละช่วงของระบบ
เงื่อนไข Tax-Free ญี่ปุ่น ยอดซื้อ 5,000 เยน และสิ่งที่ต้องเตรียม
ระบบ Tax-Free ของญี่ปุ่นที่ใช้อยู่จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026 อนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อสินค้าปลอดภาษีได้ทันทีที่ร้านค้า โดยมีข้อแม้ว่าสินค้าเหล่านั้นต้องนำออกจากญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ใช่ซื้อเพื่อใช้เชิงธุรกิจหรือขายต่อ เงื่อนไขสำคัญคือต้องซื้อสินค้าทั่วไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋า หรือเสื้อผ้า จากร้านเดียวกัน ในวันเดียวกัน รวมยอดอย่างน้อย 5,000 เยน (ไม่รวมภาษี)

พาสปอร์ตหรือ Visit Japan Web เอกสารที่ขาดไม่ได้
เวลาจะจ่ายเงิน ร้านค้าต้องตรวจสอบสถานะว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ์จริงไหม ซึ่งเงื่อนไขหลักคือต้องเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นมาไม่เกิน 6 เดือน สิ่งที่เราต้องยื่นให้พนักงานคือพาสปอร์ตตัวจริงที่มีตราประทับอนุญาตเข้าเมือง หรือถ้าใครทำข้อมูลมาก่อนก็สามารถใช้ QR Code จาก Visit Japan Web (เว็บบริการทางการของ Digital Agency สำหรับลงข้อมูลเข้าประเทศ) ที่บันทึกข้อมูลพาสปอร์ตของเราไว้เรียบร้อยแล้วไปสแกนได้เลย ถ้าไม่มีเอกสารตามนี้ ร้านค้าจะไม่สามารถทำเรื่อง Tax-Free ให้เราได้
ญี่ปุ่นได้ Tax Refund กี่เปอร์เซ็นต์
หลายคนเข้าใจว่าไปญี่ปุ่นแล้วจะได้คืนภาษี 10% ทุกชิ้น แต่ความจริงแล้วประเทศญี่ปุ่นมีอัตราภาษีบริโภค (Consumption Tax) สองแบบ คืออัตรามาตรฐาน 10% และอัตราลดหย่อน 8% สำหรับสินค้าบางรายการ ดังนั้นยอดเงินที่เราไม่ต้องจ่ายหรือได้คืน จะลดหลั่นกันไปตามประเภทของที่เราหยิบใส่ตะกร้า
บริการดูแลเอกสารวีซ่าและประกันการเดินทางญี่ปุ่นระบบซีลถุงสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค และข้อควรระวัง
ถ้าซื้อของฝากยอดฮิตอย่างขนม ช็อกโกแลต ยา หรือเครื่องสำอาง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ระบบปัจจุบันกำหนดให้ต้องซื้อจากร้านเดียวกันในวันเดียวกันรวมอย่างน้อย 5,000 เยน และไม่เกิน 500,000 เยน (ไม่รวมภาษี) และสินค้ากลุ่มนี้จะต้องถูกแพ็กด้วยวิธีพิเศษที่นักช้อปคุ้นเคยกันดี

เครื่องสำอางและขนม ห้ามแกะจนกว่าจะเดินทางกลับ
หลังจากพนักงานคิดเงินเสร็จ สินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมดจะถูกจับใส่ถุงหรือกล่องซีลปิดผนึกอย่างแน่นหนา ห้ามเปิดถุงหรือกล่องระหว่างอยู่ในญี่ปุ่น ถ้าเผลอเปิดบรรจุภัณฑ์ หยิบขนมออกมากิน หรือหยิบครีมออกมาทา เราอาจจะถูกศุลกากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังตอนขาออกจากประเทศ อ่านข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวจากกระทรวงของญี่ปุ่น
วิธีแพ็คของใส่ถุงซีลสำหรับโหลดใต้เครื่อง
สำหรับคนที่รวมบิลสินค้าทั่วไปเข้ากับสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อให้ถึงยอด 5,000 เยน สินค้าทั่วไปเหล่านั้นจะต้องถูกจัดเข้ากลุ่มเดียวกัน ถูกจับแพ็กในถุงซีล และห้ามแกะจนกว่าจะนำออกจากญี่ปุ่นเช่นกัน เวลาจัดกระเป๋า แนะนำให้ทำขั้นตอนศุลกากรที่สนามบินก่อนเช็คอินสัมภาระ เผื่อเจ้าหน้าที่สุ่มขอดูของ นอกจากนี้ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2025 หากส่งสินค้า Tax-Free กลับประเทศเองทางพัสดุ ใบส่งของใช้เป็นหลักฐานสิทธิ์ Tax-Free ไม่ได้ และผู้ซื้อต้องสามารถแสดงสินค้าได้หากศุลกากรขอตรวจ อ่านต่อ: ของฝากญี่ปุ่นกับศุลกากรไทย ขนมของฝากผ่านง่ายแต่ของแบรนด์ต้องระวัง
กฎใหม่เปลี่ยนเป็น Tax Refund จ่ายภาษีก่อนแล้วผ่านขั้นตอนศุลกากร
สำหรับการซื้อสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนระบบใหม่เรียกว่า Refund Method จากเดิมที่หักภาษีออกให้เลยที่หน้าร้าน คราวนี้เราต้องจ่ายราคาเต็มที่รวมภาษีไปก่อน แล้วค่อยไปทำเรื่องขอคืนภาษี (Tax Refund) ในภายหลัง

ยืนยันการนำสินค้าออกที่เครื่องปลายทางก่อนโหลดกระเป๋า
จุดสำคัญของระบบใหม่คือ ขั้นตอนศุลกากรเพื่อยืนยันการนำสินค้าออกจากญี่ปุ่นต้องทำที่ท่าอากาศยานหรือท่าเรือภายใน 90 วันนับจากวันถัดจากวันที่ซื้อ โดยเราต้องใช้พาสปอร์ตทำขั้นตอนศุลกากรผ่าน terminal, kiosk หรือเครื่องปลายทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ท่าอากาศยานหรือท่าเรือก่อนฝากสัมภาระ หลังศุลกากรยืนยันการนำสินค้าออก ร้าน Tax-Free หรือผู้ให้บริการที่ร้านมอบหมายจะดำเนินการคืนเงินตามวิธีที่ร้านกำหนด โดยผู้ซื้อต้องเช็ควิธีรับเงินกับร้านนั้น ๆ สำหรับสนามบินที่มีผู้โดยสารมากอย่างนาริตะ ฮาเนดะ คันไซ ชูบุ ฟุกุโอกะ ชินชิโตเสะ และนาฮะ จะมีทางเลือกให้ใช้ Visit Japan Web ทำขั้นตอนออนไลน์ในพื้นที่ที่มี Wi-Fi เฉพาะก่อนผ่านจุดตรวจค้นได้ด้วย บริการทางการ Visit Japan Web
เกณฑ์ใหม่กับยอดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
แม้ระบบจะเปลี่ยน แต่ยอดซื้อขั้นต่ำยังคงอยู่ที่ 5,000 เยน (ไม่รวมภาษี) ต่อร้านต่อวัน และต้องนำสินค้าทั้งหมดออกจากญี่ปุ่นด้วยตัวเองเช่นเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนคือระบบใหม่จะยกเลิกการใช้ถุงซีลสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค และไม่พบเพดานจำกัดยอดซื้อสินค้ากลุ่มนี้เหมือนในระบบเดิม แต่อย่าลืมว่าข้อห้ามเรื่องการใช้ของยังคงอยู่ ถ้าเราเผลอกินหรือใช้สินค้าอุปโภคบริโภคในญี่ปุ่น เราก็จะไม่ผ่านขั้นตอนศุลกากรเพื่อรับเงินคืน อ่านข้อมูลระบบใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวจากเว็บไซต์ทางการ
อ่านต่อ: ระบบ Tax-Free ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยน ถุงซีลจะหายไปและทีมช้อปกระทบยังไงพาทีมช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น จัดเวลายังไงให้ทุกคนซื้อของครบ
การจัดทริปพาคนกลุ่มใหญ่ไปช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น นอกจากจะต้องเผื่อเวลาให้แต่ละคนเลือกของแล้ว ยังต้องวางแผนเรื่องการทำ Tax Refund ให้ดี โดยเฉพาะทริปที่มีการซื้อของหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026
ตารางวันกลับต้องเผื่อเวลาไปถึงสนามบินให้เร็วกว่าเดิม เพราะทุกคนต้องทำขั้นตอนศุลกากรเพื่อยืนยันการนำสินค้าออกผ่านเครื่องปลายทางที่กำหนดก่อนฝากสัมภาระ และต้องเตรียมสินค้าไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจหากถูกขอดู หากทำไม่ทันขึ้นเครื่อง หรือหยุดตรวจกลางคันด้วยเหตุของผู้ซื้อเอง จะไม่ถือว่าได้รับการยืนยันจากศุลกากร และสายการบินจะไม่มีการชดเชยใดๆ กรณีออกเดินทางไม่ได้เพราะขั้นตอนนี้ นอกจากนี้ ระบบใหม่ยังตรวจเข้มเป็นหน่วยตามใบเสร็จ ถ้าของในบิลเดียวกันหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว บิลนั้นจะไม่ผ่านการยืนยันทั้งใบ การจัดกระเป๋าและแยกใบเสร็จตามกลุ่มสินค้าจริงจึงสำคัญมากเพื่อไม่ให้ทีมงานสับสนหน้างาน
หากการจัดทริปมีรายละเอียดเยอะ BENS ช่วยวางแผนเวลาช้อปปิ้งและลำดับการเตรียมตัวของกรุ๊ปได้ ส่วนขั้นตอนและวิธีรับเงินคืนให้เช็คกับร้าน Tax-Free ที่ซื้อสินค้า
กิจกรรม Free Time ช้อปปิ้งในญี่ปุ่นสำหรับกรุ๊ปองค์กร โปรแกรมทริปรางวัลและศึกษาดูงานประเทศญี่ปุ่นคำถามที่พบบ่อย
ญี่ปุ่นจะเริ่มระบบ Tax-Free ในปี 2568 หรือไม่?
ญี่ปุ่นยังคงใช้ระบบ Tax-Free ในปัจจุบันไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026 และจะเปลี่ยนเป็นระบบ Tax Refund โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป
ญี่ปุ่นได้ tax refund กี่%
อัตราภาษีบริโภคของญี่ปุ่นมีทั้งแบบมาตรฐาน 10% และแบบลดหย่อน 8% ยอดเงินที่จะได้คืนจึงขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและผู้ให้บริการที่ร้านค้านั้น ๆ มอบหมาย
ญี่ปุ่นจะยกเลิก Tax-Free หรือไม่?
ญี่ปุ่นไม่ได้ยกเลิกการให้สิทธิ์ปลอดภาษี แต่จะเปลี่ยนวิธีการจากการงดเก็บภาษีที่หน้าร้าน (Tax-Free) เป็นการให้จ่ายเต็มจำนวนไปก่อน แล้วขอรับเงินคืนภายหลังที่สนามบิน (Tax Refund) เริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน 2026
ฉันจะขอคืนภาษีในญี่ปุ่นในปี 2026 ได้อย่างไร?
หากซื้อสินค้าตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ต้องนำพาสปอร์ตไปสแกนที่ตู้ Kiosk หรือเครื่องเทอร์มินอลศุลกากรที่สนามบิน หรือทำผ่าน Visit Japan Web ในพื้นที่ที่กำหนด ก่อนที่จะโหลดสัมภาระ
ซื้อของฝากรวมกันอย่างไรให้ได้ทำ Tax-Free?
แนะนำให้รวบรวมใบเสร็จการซื้อจากร้านเดียวกันในวันเดียวกันให้ได้อย่างน้อย 5,000 เยน (ไม่รวมภาษี) และควรให้ทีมช้อปแยกกระเป๋าและใบเสร็จตามของตัวเองเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจ