Incentive Japan
ภาพปกผู้ประสานงานบรีฟกรุ๊ปบริษัทก่อนแยกเที่ยวกลางคืนใกล้สถานีรถไฟในญี่ปุ่น

รถไฟญี่ปุ่นปิดกี่โมง 3 เวลาที่ต้องจำก่อนเที่ยวกลางคืนที่โตเกียว

23 สิงหาคม 2569 11 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

รถไฟในโตเกียวให้บริการราว 05:00–24:00 และขบวนสุดท้ายที่ไปถึงที่พักของคุณมักออกในช่วง 23:30–00:30 ตามข้อมูลทางการของกรุงโตเกียว แต่ไม่มีเวลาปิดเดียวที่ใช้ได้ทุกสาย เพราะขบวนสุดท้ายต่างกันตามสายที่ใช้ สถานีต้นทาง สถานีปลายทาง ทิศทาง และวันในสัปดาห์ เลขที่ควรจำจริงๆ จึงเป็น 23:30 แล้วถือว่านั่นคือเวลาที่ต้องยืนอยู่ที่ชานชาลาแล้ว ไม่ใช่เวลาที่เพิ่งเดินออกจากร้าน

หน้านี้ตอบคำถามเดียว คือกลางคืนต้องออกจากย่านตอนไหนถึงจะกลับโรงแรมได้ด้วยรถไฟ ตัวเลขทั้งหมดตรวจกับหน้าทางการของกรุงโตเกียว JR West และ JNTO เมื่อ 27 สิงหาคม 2026 โดยเรียงจากคำตอบสั้นก่อน แล้วค่อยเป็นวิธีหาเวลาของเส้นทางตัวเอง กับดักที่ทำให้คนตกรถไฟทั้งที่เช็กมาแล้ว และสิ่งที่ต้องทำถ้าพลาดจริง ส่วนท้ายเป็นข้อควรรู้เพิ่มสำหรับคนที่ต้องปล่อยทีมทั้งบริษัทเที่ยวเอง

รถไฟญี่ปุ่นปิดกี่โมง 3 เวลาที่ต้องจำ

สำหรับโตเกียว คู่มือรถไฟใต้ดินฉบับภาษาไทยของกรุงโตเกียว ระบุตัวเลขไว้ตรงๆ สามตัว และสามตัวนี้คือทั้งหมดที่ต้องจำก่อนออกจากโรงแรม

เวลาหมายถึงอะไรใช้ตัดสินใจอย่างไร
ประมาณ 05:00รถไฟขบวนแรกของเช้าวันถัดไปถ้าพลาดขบวนสุดท้ายจริง นี่คือเวลาที่รอถึงได้
ประมาณ 05:00–24:00ช่วงที่ระบบรถไฟใต้ดินให้บริการโดยทั่วไปใช้เป็นกรอบกว้าง ไม่ใช่เวลาของขบวนที่คุณต้องขึ้น
23:30–00:30ช่วงที่ขบวนสุดท้ายไปยังที่พักของคุณมักออกนี่คือเลขที่ต้องเอาไปตั้งเวลาเตือนในมือถือ

ข้อความบนหน้าทางการเขียนไว้ว่า “รถไฟขบวนสุดท้ายไปยังสถานที่ที่จะกลับไป อาจอยู่ในช่วง 23:30 น. – 00:30 น. ของวันถัดไป” ซึ่งเป็นการบอกช่วงอย่างระมัดระวัง ไม่ได้บอกว่าทุกสายปิดเที่ยงคืนพอดี ความต่างหนึ่งชั่วโมงระหว่างหัวกับท้ายของช่วงนี้คือสิ่งที่ทำให้คนตกรถไฟ เพราะคนส่วนใหญ่จำแค่คำว่า “เที่ยงคืน” แล้วไปถึงสถานีตอน 23:50 โดยที่ขบวนของตัวเองออกไปตั้งแต่ 23:32

ถ้าจำได้เลขเดียว ให้จำ 23:30 แล้วถือว่านั่นคือเวลาที่ต้องอยู่ที่ชานชาลาแล้ว ไม่ใช่เวลาที่เพิ่งเริ่มเดินออกจากร้าน วิธีนี้เผื่อไว้ให้ทั้งการเดินในสถานีใหญ่และการต่อคิวเข้าเครื่องตรวจตั๋ว ซึ่งช่วงดึกในย่านคนเยอะกินเวลามากกว่าที่คาดเสมอ

ทำไมไม่มีเวลาปิดเดียวที่ใช้ได้ทุกสาย

คำตอบที่เจอบ่อยในกระทู้และกลุ่มเฟซบุ๊กคือ “ประมาณเที่ยงคืน” ซึ่งไม่ผิด แต่ใช้วางแผนไม่ได้ เพราะเวลาขบวนสุดท้ายเปลี่ยนตาม 5 อย่างพร้อมกัน คือ สายที่ใช้ สถานีต้นทาง สถานีปลายทาง ทิศทางที่วิ่ง และวันในสัปดาห์ สายเดียวกันจากคนละสถานีจึงมีขบวนสุดท้ายคนละเวลา และขาไปกับขากลับก็ไม่เท่ากัน

อีกเรื่องที่ทำให้เลขเดียวใช้ไม่ได้คือระบบรถไฟในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นมีผู้ให้บริการหลายรายวิ่งทับพื้นที่กัน ในโตเกียวมีทั้งรถไฟใต้ดินของโตเกียวเมโทร รถไฟใต้ดินสายโทเอของกรุงโตเกียวเอง รถไฟ JR และรถไฟเอกชนอีกหลายสาย แต่ละรายกำหนดตารางของตัวเอง ดังนั้น “รถไฟญี่ปุ่นปิดกี่โมง” จึงไม่มีคำตอบเดียว มีแต่คำตอบของเส้นทางที่คุณใช้จริงในคืนนั้น

สายโทเอที่กรุงโตเกียวเดินรถเองมี 4 สาย คือ อาซากุสะ มิตะ ชินจูกุ และโอเอโดะ รวม 106 สถานี และมีผู้ใช้เฉลี่ยราว 2.64 ล้านคนต่อวันในปีงบประมาณ 2024 ตามตัวเลขบนหน้าเดียวกัน ตัวเลขนี้อธิบายว่าทำไมชานชาลาช่วงดึกถึงแน่นและทำไมเวลาเดินในสถานีถึงยืดกว่าที่คิด

วิธีหาเวลาขบวนสุดท้ายของเส้นทางตัวเองใน 1 นาที

ทางที่แม่นที่สุดคือค้นเส้นทางจริงในเครื่องมือค้นหา ไม่ใช่ค้นชื่อสาย ใส่สถานีต้นทางเป็นสถานีที่อยู่ใกล้ร้านหรือย่านที่จะไป ใส่สถานีปลายทางเป็นสถานีของโรงแรม แล้วเลือกวันที่จะไปจริง เครื่องมือจะคืนเวลาขบวนสุดท้ายที่ทำให้ทั้งเส้นทางถึงปลายทางได้ ไม่ใช่แค่ขบวนสุดท้ายของสายแรก

  • ทั่วประเทศ ใช้ Japan Transit Planner ฉบับภาษาไทย ซึ่งค้นได้ทั้งรถไฟ JR รถไฟเอกชน และรถไฟใต้ดิน
  • ฝั่งคันไซ (โอซาก้า เกียวโต โกเบ) ใช้ หน้าค้นหาเส้นทางภาษาไทยของ JR West ซึ่งเป็นของผู้ให้บริการเองและมีหน้าภาษาไทย
  • โตเกียว ใช้แอปแนะนำเส้นทางที่หน้าทางการของกรุงโตเกียวแนะนำไว้ แล้วบันทึกผลค้นหาเป็นภาพหน้าจอไว้ในมือถือ

เก็บผลเป็นภาพหน้าจอสำคัญกว่าที่คิด เพราะตอนดึกในย่านที่คนแน่น สัญญาณมือถืออาจช้าและแบตอาจเหลือน้อย การเปิดภาพที่บันทึกไว้เร็วกว่าการค้นใหม่มาก ใครยังไม่แน่ใจเรื่องเน็ตและจุดที่สัญญาณหาย อ่านต่อได้ที่ eSIM ญี่ปุ่นต้องเปิดตอนยังมีไวไฟ ไม่ใช่ไปเปิดที่สนามบินปลายทาง

กับดักที่ทำให้คนตกรถไฟทั้งที่เช็กมาแล้ว

กับดักอันดับหนึ่งคือเช็กแค่สายแรก คนจำนวนมากค้นว่าสายที่ขึ้นจากย่านนั้นมีขบวนสุดท้ายกี่โมง แล้วไปถึงสถานีทัน แต่พอถึงจุดเปลี่ยนสาย ปรากฏว่าสายที่สองหมดไปก่อนแล้ว ผลคือค้างอยู่กลางทางซึ่งแย่กว่าค้างอยู่ในย่านที่ออกมาตอนแรก เพราะจุดเปลี่ยนสายมักไม่ใช่ย่านที่มีร้านเปิดดึก

กับดักที่สองคือใช้เวลาขบวนสุดท้ายเป็นเวลานัด ถ้านัดกันว่า “เจอกันที่สถานีตอนเวลาขบวนสุดท้าย” แปลว่าไม่มีเวลาเหลือให้ผิดพลาดเลยแม้แต่นาทีเดียว เวลานัดที่ใช้ได้จริงควรเป็นเวลาขบวนสุดท้ายลบอย่างน้อย 30 นาที และควรเป็นเวลาที่ทุกคนออกจากร้าน ไม่ใช่เวลาที่ต้องไปยืนอยู่ที่ชานชาลา

กับดักที่สามคือลืมว่าวันศุกร์ เสาร์ และวันก่อนวันหยุดยาว คนกลับดึกพร้อมกันทั้งเมือง ขบวนสุดท้ายไม่ได้ออกช้าลงเพราะคนเยอะ แต่คิวเข้าเครื่องตรวจตั๋ว บันไดเลื่อน และชานชาลาจะช้าลงจริง ควรเผื่อเวลาเดินในสถานีเพิ่มอีกอย่างน้อย 10 นาทีในคืนเหล่านั้น

สมาชิกกรุ๊ปองค์กรใช้ช่วงช้อปอิสระในญี่ปุ่นโดยอยู่เป็นคู่
สมาชิกกรุ๊ปองค์กรใช้ช่วงช้อปอิสระในญี่ปุ่นโดยอยู่เป็นคู่

โอซาก้า เกียวโต และเมืองอื่นต่างจากโตเกียวไหม?

หลักการเหมือนกันทุกเมือง คือขบวนสุดท้ายอยู่ในช่วงดึกและไม่มีรถไฟวิ่งข้ามคืน แต่ตัวเลขไม่เท่ากันและไม่มีหน่วยงานไหนประกาศเวลาปิดรวมของทั้งเมืองแบบที่กรุงโตเกียวทำ วิธีที่ถูกต้องสำหรับโอซาก้าและเกียวโตจึงเป็นการค้นเส้นทางจริงจากเครื่องมือของผู้ให้บริการ ไม่ใช่เอาตัวเลขของโตเกียวไปใช้ต่อ

ข้อควรระวังเฉพาะฝั่งคันไซคือหน้าเว็บของ JR West มีข้อความว่า “ตั้งแต่ 6.00 น. ถึงเที่ยงคืน (4.00 น. ถึง 2.00 น. ของวันถัดไปสำหรับเขตพื้นที่เกียวโต-โอซาก้า-โกเบ)” ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเวลาเดินรถ ความจริงเป็นช่วงเวลาที่ระบบอัปเดตสถานะความล่าช้าแบบเรียลไทม์เท่านั้น ไม่ใช่เวลาที่รถไฟวิ่ง ถ้าเอาไปใช้เป็นเวลาปิดจะคลาดเคลื่อนหลายชั่วโมง

อีกเรื่องที่ต่างกันคือระยะทางจากย่านกลางคืนถึงโรงแรม โอซาก้ากับเกียวโตมีระยะสั้นกว่าโตเกียวโดยเฉลี่ย ทางเลือกเดินกลับหรือนั่งแท็กซี่จึงเป็นไปได้มากกว่า ส่วนโตเกียวถ้าโรงแรมอยู่คนละฝั่งเมือง การพลาดขบวนสุดท้ายแปลว่าค่าแท็กซี่สูงจริง ใครกำลังเลือกย่านปล่อยอิสระ อ่านเทียบได้ที่ ปล่อยทีมเดินเล่นโตเกียว ชิบูย่าคุมง่ายกว่า ชินจูกุมีของให้ซื้อมากกว่า และฝั่งโอซาก้าที่ โดทงโบริ ลงสถานีไหน เดินกี่นาทีจาก 3 สถานีรอบย่านกินของโอซาก้า

ตกรถไฟเที่ยวสุดท้ายแล้วทำอย่างไร

อย่างแรกคือหยุดเดินหาทางเอง เพราะการเดินสุ่มในเมืองที่ไม่คุ้นตอนดึกทำให้เสียเวลาและแบตโดยไม่ได้อะไร ให้ยืนอยู่ในที่สว่างที่มีคน เปิดแผนที่ ตรวจว่าตัวเองอยู่สถานีไหน แล้วเลือกหนึ่งในสามทางนี้

  • แท็กซี่ — ต้องมีชื่อและที่อยู่โรงแรมเป็นภาษาญี่ปุ่นให้คนขับดู (บันทึกเป็นภาพไว้ตั้งแต่เช็กอิน) ค่าโดยสารคิดตามมิเตอร์และช่วงดึกมักสูงกว่าที่ประเมินไว้ ให้ถามราคาโดยประมาณก่อนขึ้นถ้าปลายทางไกล
  • รอขบวนแรกประมาณ 05:00 — ในช่วง 24:00–05:00 ไม่มีรถไฟวิ่ง จึงต้องหาที่รอที่เปิดถึงเช้า ไม่ใช่ยืนรอที่สถานี
  • หาที่พักคืนนั้น — ถ้าค่าแท็กซี่แพงกว่าค่าห้องหนึ่งคืน การนอนใกล้ๆ แล้วกลับตอนเช้าเป็นทางที่ถูกกว่าและปลอดภัยกว่า

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ให้แจ้งคนที่รออยู่ก่อนเสมอว่าเลือกทางไหนและคาดว่าจะถึงกี่โมง การเงียบหายไปสามชั่วโมงสร้างปัญหามากกว่าการตกรถไฟเอง ระหว่างนั้นคอนบินิที่เปิดตลอดคืนเป็นจุดที่ใช้ได้จริงทั้งเรื่องห้องน้ำ ที่ชาร์จ และการซื้อของ รายละเอียดว่าใช้อะไรได้บ้าง อยู่ใน คอนบินิญี่ปุ่นคือโครงสร้างพื้นฐานของทริป ใช้เซเว่นให้เป็นแล้วทริปง่ายขึ้นครึ่งหนึ่ง

กลางคืนปลอดภัยแค่ไหน และเบอร์ที่ควรบันทึกไว้ก่อน

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เดินกลางคืนได้สบายกว่าหลายประเทศ แต่ “ปลอดภัย” ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเตรียมอะไร ความเสี่ยงจริงของนักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ไม่ใช่อาชญากรรม แต่เป็นการหลงทาง แบตหมด แยกจากเพื่อน หรือถูกชักชวนเข้าร้านที่คิดเงินไม่ตรงป้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ด้วยการเตรียมล่วงหน้าสิบนาที

เบอร์ต่อไปนี้อยู่ใน หน้าเหตุฉุกเฉินฉบับภาษาไทยของ JNTO ให้บันทึกไว้ในมือถือก่อนออกจากโรงแรม

เบอร์ใช้เมื่อไหร่เวลาให้บริการ
110เหตุฉุกเฉิน แจ้งตำรวจตลอดเวลา
03-3501-0110ศูนย์ช่วยเหลือภาษาอังกฤษของตำรวจนครบาลโตเกียว24 ชั่วโมง 365 วัน
050-3816-2787สายด่วนนักท่องเที่ยวของ JNTO (เจ็บป่วย ภัยพิบัติ)24 ชั่วโมง ทุกวัน
050-3416-0010ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว JNTOทุกวัน 09:00–17:00

สองบริการของ JNTO รองรับภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น นอกจากเบอร์แล้ว สิ่งที่ควรรู้คือป้อมตำรวจย่อยที่เรียกว่าโคบัง มีกระจายอยู่ทั่วเมืองและเข้าไปขอความช่วยเหลือได้เลยเมื่อหลงทางหรือของหาย รวมถึงขอใบแจ้งความสำหรับเคลมประกันได้ด้วย ถ้าไม่รู้ว่าโคบังอยู่ตรงไหน ถามคนแถวนั้นได้ ส่วนคำแนะนำเรื่องการแจ้งเหตุและความปลอดภัยฉบับเต็มอยู่ที่ หน้าสำหรับผู้มาเยือนของกรมตำรวจนครบาลโตเกียว และถ้าเกิดแผ่นดินไหวหรือมีเสียงเตือนภัยระหว่างอยู่ข้างนอก สิ่งที่ควรทำอยู่ใน แผ่นดินไหวญี่ปุ่นระหว่างทริป 4 เสียงเตือนที่ต้องแยกออก และต้องทำคนละอย่าง

สิ่งที่ควรมีในมือถือก่อนออกจากโรงแรมมีสี่อย่าง คือ ภาพชื่อและที่อยู่โรงแรมเป็นภาษาญี่ปุ่น ภาพผลค้นหาเส้นทางกลับพร้อมเวลาขบวนสุดท้าย เบอร์ในตารางข้างบน และแบตเตอรีสำรอง สี่อย่างนี้ครอบคลุมเกือบทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับคนไทยที่เที่ยวกลางคืนในญี่ปุ่น

คอลลาจบรรยากาศเมืองโตเกียว โอซาก้า และเกียวโตสำหรับวางแผนช่วงอิสระยามค่ำ
คอลลาจบรรยากาศเมืองโตเกียว โอซาก้า และเกียวโตสำหรับวางแผนช่วงอิสระยามค่ำ

ปล่อยทีมทั้งบริษัทเที่ยวกลางคืน ต้องเพิ่มอะไรจากนี้

ทุกอย่างข้างบนใช้ได้กับกรุ๊ปบริษัทเหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือคนหนึ่งคนพลาดแล้วกระทบทั้งกรุ๊ป และผู้จัดต้องตอบให้ได้ว่าใครอยู่ที่ไหนตอนกี่โมง ปัญหาที่เจอจริงจึงไม่ใช่ความปลอดภัยของประเทศ แต่เป็นการที่สมาชิกคนหนึ่งเงียบหายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าควรเริ่มตามเมื่อไหร่

ตั้งเวลาตัดสินใจกลับ ไม่ใช้เวลาขบวนสุดท้ายเป็นเวลานัด

ให้ประกาศเวลาเดียวที่ทุกคนจำได้ คือเวลาที่ต้องออกจากย่าน ซึ่งคำนวณจากเวลาขบวนสุดท้ายของคนที่โรงแรมอยู่ไกลที่สุดลบเวลาเดินและเวลาเผื่ออีกอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ไม่ใช่ให้แต่ละคนไปคำนวณเอง เพราะสมาชิกที่ไม่เคยมาญี่ปุ่นจะไม่รู้ว่าต้องเผื่อเวลาเดินในสถานีด้วย

ถ้ากรุ๊ปพักหลายโรงแรมหรือแยกกันไปคนละย่าน ให้ทำการ์ดใบเล็กต่อกลุ่มย่อย ระบุสถานีต้นทาง สถานีปลายทาง เวลาที่ต้องออก และเบอร์ผู้ประสานงาน แล้วให้ทุกคนถ่ายภาพเก็บไว้ วิธีนี้ได้ผลกว่าการส่งไฟล์ยาวในกลุ่มแชต เพราะกลางดึกไม่มีใครเลื่อนหาข้อความเก่า

จับคู่เดินและตั้งเวลาเช็กอินเป็นช่วง

ห้ามให้ใครเดินคนเดียวเป็นกติกาที่บังคับง่ายและได้ผล และควรมีเวลาเช็กอินสั้นๆ อย่างน้อยหนึ่งครั้งกลางคืน เช่นให้ทุกคู่ส่งข้อความสั้นบอกว่าอยู่ไหนตอนเวลาที่กำหนด ข้อความควรมีชื่อคนและชื่อสถานีเพื่อให้ผู้ประสานงานค้นย้อนได้ ไม่ใช่ส่งแค่รูปหรืออิโมจิ

ตั้งเกณฑ์ล่วงหน้าด้วยว่าถ้าตอบช้าเกินกี่นาทีจะโทร ถ้าโทรไม่ติดจะทำอะไรต่อ และใครเป็นคนตัดสินใจ การตกลงเรื่องนี้ก่อนออกเดินทางทำให้คนหน้างานไม่ต้องมานั่งเดาว่าควรตกใจหรือยัง

เตรียมงบและปลายทางของแท็กซี่ไว้ก่อน ไม่ใช่ตอนเกิดเหตุ

บริษัทควรบอกล่วงหน้าว่าถ้าต้องนั่งแท็กซี่กลับ ใครออกเงินและวงเงินเท่าไหร่ เพราะสมาชิกที่ไม่แน่ใจเรื่องนี้มักเลือกเดินหรือรอ ซึ่งเสี่ยงกว่าและช้ากว่า ให้แจกภาพที่อยู่โรงแรมเป็นภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่วันเช็กอิน และบอกวิธีเรียกรถในย่านนั้นให้ชัด

สำหรับกรุ๊ปที่มีสมาชิกไม่เคยเดินทางเอง การมีผู้ดูแลที่พูดไทยประจำจุดนัดหนึ่งคนช่วยได้มากกว่าการเพิ่มกติกาอีกสิบข้อ เพราะปัญหาส่วนใหญ่จบได้ด้วยการมีคนตอบคำถามทันทีตอนสมาชิกลังเล ไม่ใช่ตอนเกิดเหตุแล้ว ดูขอบเขตงานที่ควรล็อกก่อนขอราคาได้ที่ บริการไกด์พูดไทยสำหรับกรุ๊ปญี่ปุ่น และควรอ่านคู่กับ รถไฟโตเกียวช่วงไหนคนแน่นที่สุด และ 3 ทางเลี่ยงตอนพาทีมออกเช้า เพราะปัญหาการเคลื่อนกรุ๊ปในรถไฟโตเกียวมีทั้งช่วงเช้าและช่วงดึก

ไกด์พูดไทยบรีฟสถานี จุดนัด และวิธีกลับโรงแรมให้กรุ๊ปองค์กรในญี่ปุ่น
ไกด์พูดไทยบรีฟสถานี จุดนัด และวิธีกลับโรงแรมให้กรุ๊ปองค์กรในญี่ปุ่น

สรุป: เส้นตายไม่ใช่เที่ยงคืน แต่คือเวลาที่ต้องออกจากย่าน

ตัวเลขทางการของโตเกียวคือขบวนสุดท้ายอยู่ในช่วง 23:30–00:30 ระบบให้บริการราว 05:00–24:00 และขบวนแรกของเช้าถัดไปประมาณ 05:00 แต่ตัวเลขที่ใช้จริงต้องมาจากการค้นเส้นทางต้นทางถึงปลายทางของตัวเองในวันที่จะไป เพราะขบวนสุดท้ายต่างกันตามสาย สถานี ทิศทาง และวันในสัปดาห์

ท่าที่ปลอดภัยที่สุดคือแปลงเวลาขบวนสุดท้ายเป็น “เวลาที่ต้องออกจากร้าน” โดยลบเวลาเดินและเผื่ออีกครึ่งชั่วโมง แล้วตั้งเตือนในมือถือไว้ พร้อมบันทึกภาพเส้นทางกลับ ที่อยู่โรงแรมภาษาญี่ปุ่น และเบอร์ฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า เท่านี้ก็ครอบคลุมเกือบทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริง

สำหรับกรุ๊ปบริษัท BENS DVA AGENCY วางช่วงอิสระกลางคืนโดยเริ่มจากตำแหน่งโรงแรมและเส้นทางกลับของสมาชิกที่ไกลที่สุด แล้วจึงกำหนดย่านและเวลาปล่อย เราทำการ์ดเส้นทางกลับต่อกลุ่มย่อย ตั้งเวลาเช็กอินและเกณฑ์ยกระดับไว้ล่วงหน้า และจัดผู้ดูแลพูดไทยประจำจุดนัดเมื่อกรุ๊ปมีสมาชิกที่ไม่เคยเดินทางเอง ดูโปรแกรมญี่ปุ่นสำหรับองค์กรได้ที่ หน้ารวมโปรแกรมญี่ปุ่นสำหรับองค์กร หรือส่งจำนวนคนกับย่านที่อยากปล่อยมาให้ทีม BENS DVA AGENCY ประเมินความเสี่ยงให้ก่อนก็ได้

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

รถไฟญี่ปุ่นปิดกี่โมง?

สำหรับโตเกียว ข้อมูลทางการของกรุงโตเกียวระบุว่ารถไฟใต้ดินให้บริการโดยทั่วไปราว 05:00–24:00 และรถไฟขบวนสุดท้ายไปยังที่พักของคุณอาจอยู่ในช่วง 23:30–00:30 ของวันถัดไป ส่วนขบวนแรกของเช้าถัดไปประมาณ 05:00 ตัวเลขนี้เป็นช่วงกว้าง ไม่ใช่ตารางของสายใดสายหนึ่ง จึงต้องค้นเส้นทางต้นทางถึงปลายทางจริงในวันที่จะเดินทางอีกครั้ง

ทำไมรถไฟแต่ละสายปิดไม่พร้อมกัน?

เพราะเวลาขบวนสุดท้ายขึ้นกับ 5 อย่างพร้อมกัน คือสายที่ใช้ สถานีต้นทาง สถานีปลายทาง ทิศทางที่วิ่ง และวันในสัปดาห์ อีกทั้งในเมืองใหญ่มีผู้ให้บริการหลายรายวิ่งทับพื้นที่กัน ทั้งโตเกียวเมโทร รถไฟใต้ดินสายโทเอ รถไฟ JR และรถไฟเอกชน แต่ละรายกำหนดตารางของตัวเอง จึงไม่มีเวลาปิดรวมของทั้งเมือง

ตกรถไฟเที่ยวสุดท้ายในญี่ปุ่นต้องทำอย่างไร?

หยุดเดินหาทางเอง แล้วเลือกหนึ่งในสามทาง คือนั่งแท็กซี่โดยมีภาพชื่อและที่อยู่โรงแรมภาษาญี่ปุ่นให้คนขับดู รอขบวนแรกประมาณ 05:00 โดยหาที่รอที่เปิดถึงเช้า เพราะช่วง 24:00–05:00 ไม่มีรถไฟวิ่ง หรือหาที่พักคืนนั้นถ้าค่าแท็กซี่แพงกว่าค่าห้อง และไม่ว่าเลือกทางไหน ให้แจ้งคนที่รออยู่ก่อนเสมอว่าเลือกทางไหนและจะถึงกี่โมง

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565